27/06/2020
อยากทำธุรกิจให้สำเร็จลองมองดูจากการที่ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์🏆🥇
ก่อนอื่นเลยผมคงต้องขอกราบสวัสดีเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆทุกคนที่ได้ติดตามเพจของเรานะครับ ตัวผมเองคิดอยู่นานว่าจะเริ่มต้นเขียนเรื่องราวทางความคิดเรื่องไหนก่อนดี
หลังจากที่ผมตื่นนอนมา กิจวัตประจำวันของผมก็คือการเปิดอ่านเฟสบุ๊ก เพื่อลองอ่านเรื่องราวต่างๆในแต่ละวัน แต่วันนี้เป็นวันที่ผมตกใจมากที่แทบจะทั้งวันผมเปิดอ่านมีแต่เรื่องราวของทีม “ลิเวอร์พูล”
ดังนั้นผมเลยถือโอกาสเริ่มต้นการเขียนเรื่องราวทางความคิดไปกับทีมๆนี้ละกันนะครับ
////////////////////////////////////////////////////////////////
สิ้นเสียงนกหวีดที่สนาม สแตมฟอร์ด บริดจ์ คือสัญญาณยุติการรอคอยกว่า 30 ปี ของทีมๆนึงที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ดังนั้นตัวผมเองไม่แปลกใจที่สาวกหงส์แดง จะกู่ร้องด้วยความยินดี ในช่องทางโซเชี่ยลมีเดียกันมากมายขนาดนี้
หลายคนโพสเรื่องราวของทีมนี้เพื่อไว้เตือนเป็นความทรงจำ ถึงการสิ้นสุดของการรอคอย
ย้อนกลับไปเมื่อ30ปีที่แล้ว ลิเวอร์พูลคือทีมที่ยิ่งใหญ่ในเกาะอังกฤษ คว้าแชมป์มากมายมาประดับทีม แต่แล้ววันนึง ก็ร้างลาห่างหายจากคำว่าประสพความสำเร็จถึงขั้นที่เกือบจะล้มละลายกันเลยทีเดียว
ถ้าเปรียบเสมือนชีวิตคนเรา “มีขึ้นสุด ก็ต้องมีลงสุดได้เหมือนกัน”
สิ่งหนึ่งที่ผมมองเห็นในทีมนี้คือ “ผู้นำ” องค์กรหนึ่งจะประสพความสำเร็จได้จำเป็นต้องมีผู้นำทีดี และมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล สำหรับผมคนที่ควรได้รับเครดิตในความสำเร็จในวันนี้ของทีมลิเวอร์พูล คือ “จอห์น ดับเบิ้ล ยู เฮนรี่” ทำไมผมถึงให้เครดิตกับคนนี้มากกว่าคนอื่นๆเป็นเพราะว่า
ในปี คศ.2010 ทีมๆนี้ผมเปรียบเสมือนเหรียญ ที่มีสองด้านคือ หัว-ก้อย คือถ้าออกหัวก็ได้ไปต่อ แต่ถ้าออกก้อย ก็ล้มละลาย จากจดหมายฉบับหนึ่งที่มีใจความว่า “please safe my team”(ได้โปรดช่วยทีมของผมด้วย) ด้วยความที่ตัวของเฮนรี่ ไม่เคยรู้จักทีมๆนี้มาก่อน และไม่มีความรู้ในเรื่องของฟุตบอล จึงได้เริ่มศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนที่จะตัดสินใจเข้าซื้อทีมลิเวอร์พูล หลายคนที่ริเริ่มอยากทำธุรกิจ ผมอยากให้ลองศึกษาถึงธุรกิจที่คุณจะทำ เพราะถ้าคุณศึกษาไม่ดีเพียงพอ รับรองได้เลยว่าลำบากแน่นอน
หลังจากที่เฮนรี่เข้าซื้อสโมสร เค้าก็ได้ดำเนินสโมสรไปตามแนวทางของตัวเองที่วางแผนมาเป็นอย่างดีโดยใช้วิธีที่เรียกว่า “Money ball” ซึ่งแฟนบอลช่วงแรกก็คาดหวังว่า จะทุ่มเงินซื้อตัวผู้เล่นแพงๆเพราะกระแสในช่วงนั้น คือการทุ่มเงินเพื่อความสำเร็จ แต่เฮนรี่ไม่ทำเช่นนั้น เค้าเลือกที่จะดำเนินไปตามแผนที่เค้าวางเอาไว้ เพราะถ้าเค้าทำตามกระแสโดยที่ไม่ดูกำลังของตัวเอง บางทีลิเวอร์พูลทีมนี้ก็อาจจะมีปัญหาทางด้านการเงินอีกเช่นเคย
อีกหนึ่งสิ่งที่ผมเห็นคือ “Put the right man to the right job” (จงเลือกคนที่ใช่ กับงานที่ใช่)
เสาหลักของทีมฟุตบอลทีมหนึ่งก็คือ “ผู้จัดการทีม”
ผู้จัดการทีม คือคนที่อยู่ตรงกลางระหว่าง หัวหน้ากับลูกน้อง ดังนั้นถ้าในองค์กรของคุณ มีผู้จัดการที่เก่ง รับลองได้เลยว่า องคกรของคุณไปรอดแน่นอน
รอดเจอร์ คือคนแรกที่เข้ามาเป็นผู้จัดการในยุคของเฮนรี่ รอดเจอร์ คือคนที่ปลุกความหวังของแฟนบอลให้วาดฝันถึงคำว่าแชมเปี้ยน ใกล้เคียงคนหนึ่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ขาดในตัวของรอดเจอร์คือ ประสพการณ์ ในการรับมือกับความกดดัน และ มีความมั่นใจในตัวเองสูงเกินไปโดยไม่รับฟังคนรอบข้าง จนเฮนรี่เริ่มมองเห็นแล้วว่า ผู้นำคนนี้ไม่น่าจะทำให้ทีมประสพความสำเร็จได้ จึงตัดสินใจเปลี่ยนหัวเรือคนใหม่เป็นชายที่ชื่อว่า “เจอร์เก้น คลอปป์” ความต่างของสองคนนี้คือประสพการณ์ในการลุ้นแชมป์ การสร้างศรัทธาให้กับลูกน้อง ความเชื่อมั่นในตัวลูกน้อง และความยึดมั่นในคำพูด
คลอปป์ไม่ใช้คนเพ้อฝัน เค้าขอเวลา 5 ปีในการนำทีมๆนี้ให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง เปลี่ยนคนที่ไม่เชื่อมั่น ให้กลายเป็นคนที่เชื่อมั่น คลอปป์ไม่ใช่คนที่มีพรสวรรค์ แต่เค้าอยู่กับความเป็นจริง ให้ลูกทีมฝึกซ้อม ทำงานหนัก แต่ทำอย่างมีความสุข พัฒนาให้ลูกน้องเก่งขึ้นในทุกๆวัน เพราะองค์กรจะสำเร็จได้ก็ต้องมีลูกน้องที่เก่งเช่นกัน ผมเคยอ่าน บทความที่ CFO ถาม CEO ว่า “ทำไมคุณต้องลงทุนให้พนักงานไปลงเรียนเพิ่มเติม ซึ่งมันเปลืองค่าใช้จ่าย และคุณไม่กลัวว่าลูกน้องคนนั้นจะลาออกหรอ” CEO จึงตอบกลับไปว่า “ถ้าเราไม่พัฒนาให้ลูกน้องของเราเก่งขึ้น แล้วองค์กร จะเติบโตได้อย่างไร” ซึ่งคลอปป์ลงทุนจ้างคนที่มีความสามารถในแต่ละด้านมาถ่ายทอดให้กับลูกน้องของเค้า ไม่เว้นแม้แต่การทุ่มบอล ซึ่งหลายทีมหัวเราะในการจ้างงานครั้งนี้ แต่คลอปป์ก็แสดงให้เห็นว่าทีมนี้ มีจังหวะได้เปรียบในการทุ่มมากขนาดไหน
ตัวผมเองชอบ คาแร๊กเตอร์ของทีมๆนี้มากนะครับ ลิเวอร์พูลในยุคนี้เป็นทีมที่แสดงออกถึงความเป็นผู้ชนะ ซึ่งปีที่แล้วคือปีที่ใช้คำว่าเกือบจะสำเร็จมากที่สุด คำว่าเกือบจะสำเร็จ แต่มันยังไม่สำเร็จนะครับ บางคนอาจจะพอใจ แต่คลอปป์ ไม่พอใจ เค้าต้องการประสพความสำเร็จ
ในปีนี้ คลอปป์ใส่ใจทุกรายละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม เรียนรู้จากความผิดพลาดในปีที่แล้ว พัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยไม่ให้สิ่งที่ผิดพลาดในอดีตกลับมาซ้ำรอยในปัจจุบัน จนในปีนี้ได้สร้างสถิติมากมาย
หลังจากที่ผ่านไปครึ่งฤดูกาล ผมเรียกว่า แชมป์ปี้นี้นอนมาเลยครับ แต่สุดท้ายก็เกือบจะมีเหตการณ์ที่ไม่คาดฝัน เป็นเหตการณ์ที่นอกเหนือจากการควบคุม
ปัญหาแต่ละอย่างผมจะแบ่งเป็น 2 ประเภทง่ายๆคือ “ควบคุมได้”กับ”ควบคุมไม่ได้” ปัญหาที่ควบคุมได้ เช่น เราโดยลูกค้าบอกว่าไม่ตรงต่อเวลา การแก้ปัญหาก็ง่ายๆคือ เราก็แค่ไปก่อนเวลา สัก 30 นาที แต่ปัญหาที่ควบคุมไม่ได้เช่น เราไปถึงที่หมายไม่ตรงเวลา เพราะว่าฝนตกแล้วน้ำท่วม ทั้งๆที่เราวางแผนออกก่อนเวลา 1 ชม
ซึ่งเราไม่สามารถควบคุมฟ้าฝนได้ถูกมั้ยครับ
ลิเวอร์พูลทีมนี้เจอปัญหาที่ควบคุมไม่ได้ ก็คือ เชื้อไวรัส Covid-19 จะแชมป์ที่นอนมา กลายเป็นต้องมาลุ้นไม่ให้โมฆะ ผมเชื่อว่า แฟนบอลลิเวอร์พูล เฝ้าติดตามข่าวเรื่องการโมฆะกันเป็นจำนวนมาก เพราะทุกคนเชื่อว่า ปีนี้จะสิ้นสุดเวลาแห่งการรอคอย
ในช่วงที่หยุดการแข่งขัน ผู้นำ คือปัจจัยหนึ่งที่สำคัญมาก นักฟุตบอลหลายคนอาจจะต้องโดนตัดเงินเดือน มีความหวาดกลัวต่อโรคระบาด แต่ถ้าเรามีผู้นำที่ดี จะวางแผนให้นักกีฬามีการเตรียมความพร้อม ตลอดเวลาเพื่อที่หลังจากกลับมาแข่งกันใหม่จะเกิดความต่อเนื่องและเดินหน้าต่อไปถึงเป้าหมายที่ได้วางเอาไว้
และแล้ววันนี้อุปสรรคที่ผ่านพ้นมาตลอด 30ปี ก้อสิ้นสุดลง ความพยายาม ความมุ่งมั่น และศรัทธา ก็ก่อให้เกิดความสำเร็จที่แฟนบอลลิเวอ์พูล รอคอย แต่ความสำเร็จ ไม่ได้มีแค่ปีนี้ปีเดียว จงอย่าชะล่าใจ เรียนรู้และมุ่งมั่น พัฒนาความสามารถของตัวเองเพื่อที่จะประสพความสำเร็จตลอดไป
~เต๋า6ด้าน~