เส้นทาง ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Money journey ข้อมูลติดต่อ แผนที่และเส้นทาง แบบฟอร์มติดต่อ เวลาทำการ บริการ คะแนนรีวิว รูปภาพ วิดีโอ และข่าวสารจาก Money journey, บริการด้านสุขภาพทางเลือกแบบองค์รวม, บริษัท ที แอดวานซ์ จำกัด ถ. รณชัยชาญยุทธ ต. ในเมือง อ. เมือง, Roi-ed

📊 ผู้แนะนำการลงทุนตราสารทั่วไป IC
✅ ใบอนุญาต ก.ล.ต License No: 142160
👩🏻‍💼 ตัวแทนประกันชีวิต AIA
📍ติดต่องาน รับคำปรึกษาฟรี ทำประกัน
Line id: 0801554559
📌 สกลนคร ร้อยเอ็ด และ ออนไลน์ทั่วประเทศ
❌ไม่มีการชักชวนลงทุนและเวปใดๆที่ผิดกฎหมาย ยินดีต้อนรับสู่ ประกันใกล้คุณกับ AIA เพจที่จะมาพูดเรื่องประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ รวมถึงวางแผนสุขภาพ การออม เรื่องใกล้ตัวที่คุณอาจจะไม่รู้ แต่สำคัญกับชีวิตและครอบครัว
เราเชื่อว่าเพจนี้ขะช่วยให้ทุกคนมองเห็นถึงความสำคัญ การวางแผนชีวิตผ่านประกันให้เป็นเรื่องง่าย "เพราะทุกเรื่องประกัน ใกล้คุณมากกว่าที่คิด"
AIA

05/10/2026

ผู้ปกครองที่มองหาที่ลงทุนออมเงินให้ลูกเพื่อการศึกษา หรือแก้ปัญหาใดๆ รู้ยังว่าสามารถDCA ผ่านกองทุนรวมของ บลจ.เอไอเอ แผน Unit Linke ที่มีกองทุนรวมเปิด AIA-US500 กองตราสารทุนในต่างประเทศ นั่นคือ S&P500 เงินหลักพันก็ลงได้นะดีงาม

05/10/2026

มาลองคำนวณโดยใช้เครื่องมือจำลองแบบลงทุน ผ่านการ DCA
- 3 ปี
- เดือนละ 15,000 บาท
- ภายใต้ต้นทุนเฉลี่ย 120.24 บาท
-จำนวนหุ้นสะสม 3,300 หน่วย

ผลลัพธ์อยู่ในคลิปแล้วค่า
** การลงทุนมีความเสี่ยง

#หุ้นไทย

ุ้น

04/10/2026

จริงมั้ย

#การเงินการลงทุน

04/10/2026

อยากให้ฟังค่ะ

#การเงินการลงทุน
#ประกันชีวิตออนไลน์

มารู้จักกันค่ะ ติดต่อตััวแทนได้นะตะ
04/10/2026

มารู้จักกันค่ะ
ติดต่อตััวแทนได้นะตะ

...

04/10/2026

สนใจอยากลงทุน อยากวางแผนเรื่องประกันชีวิต แต่ขาดคนแนะนำ ติดต่อสอบถามกันได้นะคะ
#ความรู้การเงินการลงทุน
#การลงทุน
#ประกันชีวิตออนไลน์

02/10/2026

ระดับความเสี่ยงรู้ไว้ก่อนลงทุน ดีกว่าไม่รู้น๊าา

#การเงินการลงทุน
#ประกันชีวิตออนไลน์

ใช่แล้วค่าาา สำหรับเพจนี้ เห็นชอบ เรียบร้อยค่ะ
02/10/2026

ใช่แล้วค่าาา
สำหรับเพจนี้ เห็นชอบ เรียบร้อยค่ะ

IC License คือ “ใบขับขี่” ของคนสายการลงทุนจริงไหม?
แล้วถ้าไม่มี IC ยังโพสต์เรื่องหุ้นหรือให้ความรู้การลงทุนได้หรือเปล่า?
เวลาเราขับรถบนถนน เราต้องมีใบขับขี่
แล้วถ้าเราจะ “แนะนำคนอื่นเรื่องการลงทุน” ล่ะ
ต้องมีใบอนุญาตอะไรไหม?
หลายคนจึงเปรียบ IC License หรือใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุน
ว่าเหมือน “ใบขับขี่ของคนสายการเงิน”
ถ้าจะเปรียบแบบง่าย ๆ ก็ คล้ายครับ แต่ไม่เหมือนเสียทีเดียว
เพราะ IC ไม่ใช่ใบอนุญาตว่า
“ใครมีแล้วถึงจะพูดเรื่องหุ้นได้”
แต่เป็นการรับรองบุคลากรที่ทำหน้าที่ ให้ข้อมูลและคำแนะนำการลงทุน เพื่อประกอบการตัดสินใจของผู้ลงทุน ภายใต้กรอบวิชาชีพในตลาดทุน โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ อธิบายว่า IC เป็นบุคลากรตัวกลางที่ให้ข้อมูลและคำแนะนำการลงทุนแก่ผู้ลงทุน และต้องผ่านกระบวนการสอบ ขอความเห็นชอบ และรักษาคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
พูดง่าย ๆ คือ
รู้เรื่องลงทุน ≠ เป็นผู้แนะนำการลงทุนตามวิชาชีพโดยอัตโนมัติ
แล้วคนทั่วไปหรือ Influencer พูดเรื่องลงทุนได้ไหม?
ตรงนี้ต้องแยกระหว่าง
“ให้ความรู้” กับ “ให้คำแนะนำหรือชักชวนลงทุน”
คนทั่วไปสามารถพูดเรื่องการเงิน เล่าประสบการณ์ แสดงความคิดเห็น อธิบายว่าหุ้นคืออะไร DCA คืออะไร P/E คืออะไร หรือเล่าว่าตัวเองลงทุนอย่างไรได้
และในปัจจุบัน ก.ล.ต. ธปท. และ คปภ. ยังมีโครงการ Responsible Voices สำหรับ Finfluencer เพื่อส่งเสริมให้ผู้ให้ข้อมูลด้านการเงิน การลงทุน และประกันภัยสื่อสารอย่างถูกต้อง โปร่งใส และรับผิดชอบด้วย ซึ่งสะท้อนว่า “การให้ความรู้” ไม่ได้ถูกจำกัดไว้เฉพาะผู้มี IC เท่านั้น
แต่เมื่อเนื้อหาเริ่มขยับจาก“หุ้นคืออะไร”ไปเป็น
“คุณควรซื้อหุ้นตัวนี้”
“ตัวนี้เหมาะกับคุณ”
“เข้าตอนนี้ได้เลย”
หรือมีการชักชวนให้ลงทุน
เรื่องก็เริ่มต่างออกไป
ก.ล.ต. เองเตือนว่า การให้ข้อมูลหรือคำแนะนำเกี่ยวกับหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า และสินทรัพย์ดิจิทัลบางลักษณะ อาจเข้าข่ายกิจกรรมที่อยู่ภายใต้กฎหมายและการกำกับดูแลได้ จึงต้องพิจารณารูปแบบ เนื้อหา บทบาท และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี ไม่ใช่ดูแค่ว่าโพสต์อยู่บน Facebook หรือ TikTok
ดังนั้น เส้นแบ่งไม่ได้อยู่ที่ว่า “พูดเรื่องหุ้นได้หรือไม่ได้”แต่อยู่ที่ว่า
เรากำลังให้ “ข้อมูลทั่วไป”
หรือกำลังทำหน้าที่ “แนะนำ/ชักชวนการลงทุน”
แล้วทำไมต้องมี IC?
เพราะเมื่อคนหนึ่งพูดกับเราในฐานะ “ผู้แนะนำการลงทุน”
สิ่งที่ตามมาไม่ควรมีแค่ความรู้เรื่องหุ้น
แต่ควรมีทั้งความรู้ + จรรยาบรรณ + มาตรฐานการปฏิบัติงาน + ความรับผิดชอบ
ก.ล.ต. ระบุว่าผู้แนะนำการลงทุนควรมีความรู้ความสามารถ มีจรรยาบรรณต่อวิชาชีพ มีคุณธรรม และปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพ
นี่คือจุดที่คำว่า “ใบขับขี่” ช่วยอธิบายได้ดี
คนไม่มีใบขับขี่ก็สามารถรู้เรื่องรถได้
รู้ว่าเครื่องยนต์ทำงานอย่างไร
วิจารณ์รถได้
หรือเล่าประสบการณ์นั่งรถได้
แต่การ รับหน้าที่ขับรถพาคนอื่นไปบนถนน เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
การลงทุนก็คล้ายกัน
เพราะเมื่อคำพูดของเรามีผลต่อการตัดสินใจเอาเงินจริงของอีกคนไปเสี่ยง
ความรับผิดชอบก็สูงขึ้นตามไปด้วย
แต่มี IC แล้ว แปลว่าเป็น “นักวางแผนการเงิน” เลยไหม?
ไม่ใช่ครับ
นี่เป็นอีกเรื่องที่คนทั่วไปมักสับสน
IC เน้นบทบาท ผู้แนะนำการลงทุน
ส่วน IP หรือ Investment Planner มีขอบเขตเกี่ยวกับการวางแผนการลงทุนที่กว้างขึ้น และมีองค์ความรู้/คุณสมบัติที่ต่างออกไป ขณะที่ CFP® เป็นคุณวุฒิวิชาชีพที่มองการเงินแบบองค์รวม ไม่ได้ดูเฉพาะการลงทุนอย่างเดียว
เพราะในชีวิตจริง ก่อนถามว่า
“ซื้อกองทุนไหนดี?”
นักวางแผนการเงินอาจต้องถามก่อนว่า
เงินก้อนนี้มีไว้ทำอะไร?
มีเงินสำรองหรือยัง?
มีหนี้เท่าไร?
มีประกันเพียงพอไหม?
ต้องใช้เงินเมื่อไร?
รับความเสี่ยงได้จริงแค่ไหน?
เกษียณต้องใช้เงินเท่าไร?
จากนั้นจึงค่อยถามว่า
“แล้วการลงทุนแบบไหนเหมาะกับแผนนี้?”
นี่คือความแตกต่างระหว่าง
หา Product ให้ลงทุนกับ วางแผนก่อนแล้วค่อยเลือก Product
ในมุม ThaiPFA เราจึงมองว่า “ใบอนุญาต” กับ “ความรู้” ทำหน้าที่คนละอย่าง
IC License บอกว่าเราผ่านเกณฑ์สำหรับการทำหน้าที่บางอย่างในวิชาชีพตลาดทุน
แต่การเป็นคนที่ให้คำแนะนำทางการเงินได้ดี ยังต้องมีอีกหลายเรื่อง
เข้าใจลูกค้า
รู้จักตั้งคำถาม
วิเคราะห์เป้าหมาย
เข้าใจความเสี่ยง
รู้จัก Asset Allocation
รู้จักภาษี ประกัน และเกษียณ
และที่สำคัญคือ รู้ขอบเขตของตัวเอง
เพราะบางครั้งความเป็นมืออาชีพไม่ได้อยู่ที่
“ตอบได้ทุกเรื่อง”
แต่อยู่ที่รู้ว่า
เรื่องไหนเราพูดได้
เรื่องไหนต้องมีใบอนุญาต
เรื่องไหนต้องเปิดเผยผลประโยชน์
และเรื่องไหนควรส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญ
สำหรับคนทั่วไป เวลาเห็นใครแนะนำการลงทุน จึงไม่จำเป็นต้องถามแค่ว่า
“เขาพูดเก่งไหม?”
แต่อาจถามเพิ่มว่า
เขาให้ “ข้อมูล” หรือกำลัง “แนะนำเรา”?
มีผลประโยชน์จากสิ่งที่พูดหรือไม่?
อ้างอิงข้อมูลจากไหน?
พูดถึงความเสี่ยงหรือพูดแต่ผลตอบแทน?
และถ้าทำหน้าที่ในฐานะผู้แนะนำการลงทุน เขาได้รับความเห็นชอบตามที่เกี่ยวข้องหรือไม่?
เพราะโลกที่ใครก็สามารถเปิดกล้องแล้วพูดเรื่องหุ้นได้
สิ่งที่มีค่ามากขึ้นไม่ใช่จำนวนคนที่พูดเรื่องการลงทุนได้
แต่คือความสามารถของผู้ฟังในการแยกให้ออกว่า
อะไรคือ “ข้อมูล” อะไรคือ “ความคิดเห็น” และอะไรคือ “คำแนะนำ”
และนี่คือหนึ่งในทักษะสำคัญของการวางแผนการเงินยุคนี้ครับ

#ผู้แนะนำการลงทุน #นักวางแผนการเงิน #วางแผนการลงทุน #การลงทุน

01/10/2026

จะมีเงินเท่าไหร่ ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า
ต้องมีเครื่องมือจัดการควาทเสี่ยง
ลองเอา Unit Linke ไปเป็นการบ้านดูค่ะ

#ประกันควบการลงทุน

ภาษีสำคัญ ให้ประกันช่วยอีกทางนะ
01/10/2026

ภาษีสำคัญ ให้ประกันช่วยอีกทางนะ

จ่ายเงินซื้อ “ลดหย่อน” หรือ “ยอมจ่ายภาษี” แบบไหนดีกว่ากัน? “รายได้สูง” จนต้อง “เสียภาษี” เรื่องน่ายินดี ที่ต้องจัดการให้เหมาะสม
สำหรับมนุษย์เงินเดือน ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของกิจการที่รายได้เริ่มเข้าสู่เกณฑ์ที่ต้องเสียภาษี (ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าดีใจ เพราะแสดงว่าเรามีรายได้ที่สูงขึ้น)
การลังเลว่าจะ "ซื้อลดหย่อน" หรือ "ยอมจ่ายภาษี" นั้นไม่ใช่เรื่องผิด เพราะทุกคนล้วนต้องการทางเลือกที่เหมาะสม และคุ้มค่ากับตัวเองทั้งนั้น
แต่ต้องบอกว่า การตัดสินใจว่าจะใช้เงินซื้อตัวช่วยลดหย่อนภาษีเพิ่มหรือไม่นั้น อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ "ความรู้สึกเสียดายเงิน" แต่ต้องคิดและคำนวณให้รอบด้าน ซึ่งเบื้องต้นสามารถเช็กได้จาก 4 คำถาม ดังนี้
1. "ปีนี้เราเสียภาษี” เยอะแค่ไหน?
สิ่งแรกที่เราต้องทำคือการประเมินสถานการณ์รายได้ของตัวเองให้ชัดเจน อย่าดูแค่ "ภาษีที่เราต้องจ่ายเพิ่ม" เท่านั้น แต่ให้ดู "ภาษีทั้งหมด" ที่ได้จากการคำนวณภาษี ซึ่งรวมถึงภาษีที่เราโดนหัก ณ ที่จ่ายไปแล้วตลอดทั้งปีด้วย
หากคำนวณออกมาแล้วพบว่า ภาษีที่ต้องจ่ายทั้งปีเพียงหลักพันบาท การไม่ซื้อตัวช่วยลดหย่อนภาษีเพิ่มก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร แต่ถ้าตัวเลขที่เราต้องจ่ายนั้นสูงจนน่าเสียดาย นั่นคือสัญญาณว่าเราอาจจะต้องไปต่อในข้อที่ 2
2. ใช้ลดหย่อนภาษีที่ “ไม่ต้องเสียเงิน” หมดแล้วหรือยัง?
ก่อนจะควักกระเป๋าจ่ายเงิน ให้ถามตัวเองก่อนว่าเราได้ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีที่ควรจะได้แบบฟรีๆ ครบถ้วนแล้วหรือยัง? เช่น ค่าลดหย่อนส่วนตัว ค่าลดหย่อนคู่สมรส ค่าลดหย่อนบุตร ค่าลดหย่อนพ่อแม่ หรือค่าลดหย่อนผู้พิการที่อยู่ในอุปการะ เป็นต้น
ค่าลดหย่อนเหล่านี้เป็นสิทธิ์ที่เราได้มาโดยไม่ต้องใช้เงินซื้อเพิ่ม ดังนั้น หากมีสิทธิ์และเข้าเงื่อนไข ให้เลือกใช้สิทธิ์เหล่านี้ก่อนเป็นอันดับแรก
3. “ลดหย่อนภาษี” ที่จะเสียเงินซื้อเพิ่ม ลดภาษีได้เท่าไหร่?
ข้อนี้เป็นจุดที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดมากที่สุด เช่น การที่เราจ่ายเบี้ยประกันชีวิต 20,000 บาท ไม่ได้หมายความว่าเราลดภาษีที่ต้องจ่ายได้ 20,000 บาทเท่ากับเงินที่จ่ายไป
แต่การลดภาษีได้มากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับ "ฐานภาษี" ที่เงินได้สุทธิของเราขึ้นไปแตะ เช่น ถ้าเงินได้สุทธิของเราแตะ ฐานภาษี 20% ภาษีที่จะลดได้จากการซื้อประกัน 20,000 บาท คือ 20% ของ 20,000 บาท นั่นเท่ากับว่า จะประหยัดภาษีได้จริงๆ 4,000 บาท เท่านั้น
เชื่อว่า เมื่อรู้ตัวเลขอย่างนี้แล้ว เราจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าเงิน 20,000 บาทที่จ่ายออกไปนั้น แลกกับเงินคืนภาษี 4,000 บาท คุ้มค่าพอที่จะซื้อหรือไม่ (หากไม่นับรวมผลประโยชน์หลักของสินค้านั้น)
4. “ควรใช้ประกัน” และ/หรือ “กองทุนรวม” เป็นเครื่องมือ?
เมื่อคำนวณตัวเลขและใช้สิทธิ์ฟรีๆ จนหมดแล้ว แต่ยังเสียดายภาษีที่ต้องจ่ายในอัตราที่สูง คราวนี้ก็ถึงเวลาพิจารณาตัวช่วย เช่น ประกัน หรือ RMF, Thai ESG
ซึ่งคำถามสำคัญที่จะช่วยให้คุณตัดสินใจข้อนี้ได้คือ…
(1) เรามี "รูรั่ว" ที่เป็นความเสี่ยงในชีวิตที่ต้องการจะปิดหรือไม่?
เช่น หากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน ใครจะดูแลครอบครัว? เรามีค่ารักษาพยาบาลฉุกเฉินพอหรือไม่? ถ้ามีความกังวลเรื่องเหล่านี้ แสดงว่าคุณ “ควรมีประกัน” (ยังไม่พูดถึงเรื่องลดหย่อนภาษี เพราะแม้จะไม่ได้ใช้ลดหย่อนภาษี ก็ควรมีสิ่งนี้)
(2) เราต้องการให้เงินเติบโตเพื่อเป้าหมายระยะกลาง-ยาวหรือไม่? เช่น ต้องเงินเกษียณ เงินดาวน์บ้านในอีก 10 ปีข้างหน้า ถ้าใช่ การลงทุนผ่านกองทุนรวมลดหย่อนภาษีจะเป็น "คำตอบ"
และที่สำคัญที่สุด The Money Trends ขอเน้นย้ำว่า “ให้ผลประโยชน์ของการได้ลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องรอง เป็นเพียงผลพลอยได้” จงเลือกซื้อเครื่องมือทางการเงินที่ตอบโจทย์ชีวิตก่อนเสมอ
สุดท้ายแล้ว คำตอบที่ดีที่สุดว่า "ควรจ่ายเงินซื้อลดหย่อนภาษี" หรือ "ยอมจ่ายภาษีไป" นั้น ไม่มีสูตรลับตายตัวสำหรับทุกคน แต่จะขึ้นอยู่กับการวางแผนของแต่ละบุคคล
หากคุณเป็นคนที่ต้องเสียภาษีในอัตราสูง (เช่น 20% ขึ้นไป) และกำลังมองหาเครื่องมือทางการเงินที่ช่วย ปิดความเสี่ยงชีวิต หรือ สร้างความมั่งคั่งในระยะยาว อยู่แล้ว การใช้เงินซื้อผลิตภัณฑ์ลดหย่อนภาษีก็เหมือนการ "ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว" เพราะเราได้ทั้งการวางแผนชีวิตและการลดภาระภาษีไปพร้อม ๆ กัน
แต่ถ้าเราเสียภาษีเพียงเล็กน้อย หรือยังไม่พร้อมที่จะผูกพันกับตัวช่วยทางการเงินเหล่านั้น การยอมจ่ายภาษีไปตามจริงอาจเป็นทางเลือกที่สะดวกและเหมาะสมกว่า
#ลดหย่อนภาษี

ที่อยู่

บริษัท ที แอดวานซ์ จำกัด ถ. รณชัยชาญยุทธ ต. ในเมือง อ. เมือง
Roi-Ed
45000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Money journey โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Money journey:

ทางลัด

แชร์