31/05/2026
ท่าให้นมบุตรมีหลายท่า คุณแม่สามารถเลือกให้เหมาะกับสรีระของตนเองและลูกน้อยได้ ดังนี้
1. ท่าอุ้มขวางตัก (Cradle Hold)
เป็นท่าที่นิยมมากที่สุด
อุ้มลูกนอนตะแคง หันหน้าเข้าหาเต้านม
ศีรษะลูกวางบนข้อพับแขนด้านเดียวกับเต้าที่ดูด
เหมาะสำหรับทารกที่ดูดนมได้ดีแล้ว
2. ท่าอุ้มประคองสลับแขน (Cross-Cradle Hold)
ใช้แขนตรงข้ามกับเต้านมที่ให้ลูกดูดประคองศีรษะลูก
ควบคุมการเข้าเต้าได้ดี
เหมาะสำหรับทารกแรกเกิด หรือเด็กที่เข้าเต้ายาก
3. ท่าฟุตบอล (Football Hold)
อุ้มลูกไว้ข้างลำตัวเหมือนหนีบลูกฟุตบอล
ลดการกดทับหน้าท้อง
เหมาะสำหรับคุณแม่ผ่าคลอด
เหมาะกับคุณแม่เต้านมใหญ่ หรือให้นมลูกแฝด
4. ท่านอนตะแคง (Side-Lying Position)
คุณแม่นอนตะแคงหันหน้าเข้าหาลูก
เหมาะสำหรับให้นมกลางคืน
ช่วยให้คุณแม่พักผ่อนได้มากขึ้น
เหมาะหลังคลอดที่ยังนั่งนานไม่ได้
5. ท่าเอนหลังตามธรรมชาติ (Laid-back Breastfeeding)
คุณแม่เอนหลังประมาณ 30–45 องศา
วางลูกคว่ำบนอกให้ใช้สัญชาตญาณคลานหาเต้านม
ช่วยให้ลูกอมหัวนมลึกขึ้น
ลดอาการหัวนมแตกและเจ็บหัวนม
หลักการเข้าเต้าที่ถูกต้อง
✅ ลูกอ้าปากกว้าง
✅ คางแนบเต้านม
✅ ริมฝีปากบานออกคล้ายปากปลา
✅ อมลานนมส่วนล่างมากกว่าส่วนบน
✅ ได้ยินเสียงกลืนนมเป็นจังหวะ
❌ หากคุณแม่เจ็บหัวนมตลอดการดูด มีเสียงจุ๊บ ๆ หรือหัวนมแบนหลังดูดเสร็จ อาจเป็นสัญญาณว่าเข้าเต้าไม่ถูกต้อง
สำหรับคุณแม่หลังคลอดใหม่หรือคุณแม่ที่มีภาวะท่อน้ำนมอุดตัน แนะนำให้เริ่มจาก ท่า Cross-Cradle และ ท่า Football Hold เพราะช่วยจัดท่าและควบคุมการเข้าเต้าได้ดีที่สุด รวมทั้งช่วยระบายน้ำนมจากบางตำแหน่งของเต้านมได้ดี