กรีนแอล greenl ดีท็อกตับ ล้างสารพิษในตับ ค่าตับสูง ไขมันเกาะตับ by สุขภาพดี

กรีนแอล greenl ดีท็อกตับ ล้างสารพิษในตับ ค่าตับสูง ไขมันเกาะตับ by สุขภาพดี สุขภาพดี by ธันย์นิชา
กรีนแอล Green-L ดีท็?

โรคตับ ไม่ใช่พันธุกรรม แต่เกิดจาก “พฤติกรรมการใช้ชีวิต”ค่าตับสูง ไขมันเกาะตับ ไวรัสตับอักเสบ ตับแข็ง มะเร็งตับ เราทุกคนม...
30/04/2022

โรคตับ ไม่ใช่พันธุกรรม
แต่เกิดจาก “พฤติกรรมการใช้ชีวิต”
ค่าตับสูง ไขมันเกาะตับ ไวรัสตับอักเสบ ตับแข็ง มะเร็งตับ เราทุกคนมีความเสี่ยงเป็นโรคตับ เพราะภายในตับไม่มีเส้นประสาทรับความรู้สึก เมื่อเกิดความผิดปกติใดๆ ผู้ป่วยจะไม่สามารถรับรู้ความผิดปกติเหล่านั้นได้เลย จนกว่าอาการ จะลุกลามมายังผิวตับ และเมื่อถึงตอนนั้นก็อาจจะสายเกินไป
“ดูแลตับตั้งแต่วันนี้ อย่ารอให้ตับประท้วง..
เมื่อตับประท้วง ร่างกายก็พ่ายแพ้
ติดต่อได้ตลอดเวลาค่ะ
ยินดีให้บริการ
☎️ 095_5893650คุณธันย์นิชา
หรือกดลิงค์
https://line.me/R/ti/p/%40gmc1407b
http://line.me/ti/p/~thannicha2507
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
http://livercare2go.lnwshop.com

สัญญาณอันตราย อาการสังเกตก่อน “หัวใจวาย”1. เหนื่อยง่าย - อาการเหนื่อยอาจบ่งบอกว่าหัวใจมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง ควา...
01/01/2022

สัญญาณอันตราย อาการสังเกตก่อน “หัวใจวาย”

1. เหนื่อยง่าย
- อาการเหนื่อยอาจบ่งบอกว่าหัวใจมีประสิทธิภาพในการทำงานที่ลดลง ความรุนแรงของโรคมักจะสัมพันธ์กับกิจกรรมที่ทำ หากมีอาการเหนื่อยอยู่ตลอดเวลาจะสื่อถึงความผิดปกติที่รุนแรง

2.แสบแน่นหน้าอก จุกแน่นลิ้นปี่
- อาการแสบแน่นหน้าอกบ่งบอกว่าหัวใจเกิดการขาดเลือด ส่วนใหญ่แล้วจะรู้สึกแน่นบริเวณกลางหน้าอก อาจมีปวดร้าวจากคอขึ้นไปกราม มีอาการตึงๆ ชาๆ ที่หัวไหล่ไปถึงช่วงแขน รู้สึกเหมือนมีของหนักทับ หากมีอาการเหล่านี้นานเกิน 20 นาที อาจส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของหัวใจลดลง

3. อึดอัดเวลานอนราบ
- จะรู้สึกอึดอัดเวลานอนราบ อาจเป็นสัญญาณที่บอกว่าปริมาณน้ำในหัวใจเพิ่มขึ้นจากการทำงานของหัวใจที่ผิดปกติค่อนข้างรุนแรง

ตรวจสุขภาพหัวใจ ลดเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจ
สำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 35 ปีขึ้นไป มีแนวโน้มที่เส้นเลือดหัวใจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจนส่งผลกระทบกับสุขภาพในอนาคตได้ จึงควรตรวจสุขภาพหัวใจเพื่อหาปัจจัยเสี่ยงที่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่เนิ่นๆ รวมถึงการตรวจหาคราบหินปูนที่หลอดเลือดแดงของหัวใจ (Coronary Artery Calcium Score หรือ CAC) เป็นการหาคราบหินปูนที่เกาะตามผนังหลอดเลือดหัวใจโดยไม่ต้องฉีดสี ใช้เวลาตรวจเพียง 10-15 นาที คะแนนที่ตรวจได้ไม่ควรเกิน 400 คะแนน เพราะอาจหมายถึงความเสี่ยงต่อการเกิดหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตันรุนแรง จนนำไปสู่ภาวะหัวใจวายได้ โดยแพทย์จะทำการประเมินอาการและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด หากรู้ถึงความเสี่ยงได้โดยเร็ว จะสามารถปรับพฤติกรรมให้เหมาะสม

การพบแพทย์เพื่อตรวจเช็กหัวใจเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง ช่วยให้หัวใจแข็งแรงได้ในระยะยาว และป้องกันการเสียชีวิตจากโรคหัวใจก่อนวัยอันควรได้ รวมถึงการไม่ประมาท เลือกรับประทานอาหารและเลี่ยงพฤติกรรมต่างๆ ที่เสี่ยงต่อโรคหัวใจ ที่สำคัญผู้ป่วยโรคหัวใจต้องพกยาติดตัวไว้เสมอและรับประทานยาตามคำสั่งของแพทย์อย่างต่อเนื่อง

เคล็ดลับสำหรับ “นักวิ่งมือใหม่”1.เตรียมอุปกรณ์วิ่งให้พร้อมการเลือกรองเท้าและชุดที่ใส่วิ่งเป็นสิ่งสำคัญ ชุดควรเลือกแบบที่...
10/10/2021

เคล็ดลับสำหรับ “นักวิ่งมือใหม่”

1.เตรียมอุปกรณ์วิ่งให้พร้อม
การเลือกรองเท้าและชุดที่ใส่วิ่งเป็นสิ่งสำคัญ ชุดควรเลือกแบบที่ใส่แล้วสบายตัว ไม่ใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไป รองเท้าควรเลือกใส่รองเท้าสำหรับวิ่ง ไม่ควรใส่รองเท้าใหม่เป็นเวลานานเพราะรองเท้าอาจจะกัด การใส่รองเท้าแฟชั่น อาจไม่สามารถรับและกระจายแรงกระแทกได้ดี อาจเกิดปัญหาการบาดเจ็บได้

2.วางแผนเรื่องโภชนาการ
การออกกำลังเพื่อให้ได้ประโยชน์ต้องทำควบคู่ไปกับการได้รับสารอาหารที่เหมาะสมต่อนักวิ่ง โดยก่อนวิ่งควรได้รับสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต ส่วนหลังวิ่งควรได้รับสารอาหารกลุ่มคาร์โบไฮเดรต และโปรตีน ถ้าเราวิ่งในโซน 2-3 โดยปกติร่างกายของเราใช้ทั้งไขมันและคาร์โบไฮเดรตเป็นพลังงานหลัก ถ้าออกกำลังกายไม่ถึงชั่วโมง ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานคาร์โบไฮเดรตก่อนออกกำลังกายมากนัก

3.ค่อยๆ เพิ่มความเร็ว หรือความเหนื่อยให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มการเผาผลาญพลังงาน
หลังจาก 2 สัปดาห์ เมื่อเดินได้อย่างสม่ำเสมอ ในระดับความเหนื่อย 6-8/10 เป็นเวลาอย่างน้อย 30 นาที เราอาจเพิ่มอัตราการเต้นหัวใจสามารถขึ้นไปที่ โซน 4-5 (ความเหนื่อย 9-10) ได้ในระยะเวลาสั้นๆ เป็นช่วงๆ เช่น ในทุกๆ 5 นาทีให้เดินเร็วหรือ วิ่งเหยาะๆ 30-60 วินาที(ความเหนื่อย 9-10) สลับเดินในระดับความเหนื่อย 6-8 เป็นเวลา 4 นาที ทำเป็นรอบๆ
หากเหนื่อยเกินไปก็ให้ลดระยะเวลาของการเดินเร็ว หรือวิ่งเหยาะลง ให้อยู่ในระดับความเหนื่อยที่เราทนได้ แล้วค่อยๆ ปรับเพิ่ม การเดินสลับวิ่ง จะทำให้เกิดการเผาผลาญพลังงานมากขึ้น กล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น
ข้อควรระวังสำหรับอัตราการเต้นหัวใจโซน 5 เพราะหัวใจจะทำงานหนักจึงทำได้เพียงระยะสั้นๆ หากเริ่มต้นฝึก ควรมีบุคคลอื่นอยู่ด้วยเพื่อคอยช่วยเหลือ หากเกิดอาการผิดปกติ

วิธีรับมืออาการบาดเจ็บ
ในกรณีที่เดินหรือวิ่งเกินกำลังของกล้ามเนื้อ แล้วเกิดอาการปวด เช่น ปวดกล้ามเนื้อ ปวดเข่า(แต่ไม่บวม อักเสบ) ปวดเท้า มักเป็นในตอนเช้าวันรุ่งขึ้น หากปวดไม่มาก แค่ตึงๆ การบรรเทาอาการเบื้องต้น ให้ใช้ความเย็น หรือหากมีอาการบวม ให้ยกเท้าวางสูงเช่นวางเท้าบนหมอน
โดยทั่วไปอาการปวดมักจะทุเลาลงใช้เวลาประมาณ 1-2 วัน หากหายเจ็บก็กลับไปวิ่งได้ แต่อย่ารีบเพิ่มระยะทาง จะเพิ่มระยะทางได้ในครั้งถัดไปก็ต่อเมื่อพบว่าในวันรุ่งขึ้นหลังจากวิ่งจะรู้สึกแค่ตึงๆ กล้ามเนื้อเล็กน้อย ไม่รู้สึกเจ็บ แต่ในกรณีเจ็บหรือปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และรับการรักษาที่เหมาะสม
สำหรับมือใหม่ หากไม่อยากมีปัญหาบาดเจ็บ จำเป็นต้องเตรียมตัว และฝึกฝนก่อนลงแข่งขัน เพราะถ้าไม่เคย เดินหรือวิ่งอย่างสม่ำเสมอแล้วไปลงแข่งทันที อาการบาดเจ็บเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

☎095-589-3650คุณธันย์นิชา☎
หรือกดลิงค์
https://line.me/R/ti/p/%40gmc1407b
http://line.me/ti/p/~thannicha2507
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
http://livercare2go.lnwshop.com

ทำอย่างไรถึงจะนอนหลับได้ง่ายๆ ในวันที่นอนไม่ค่อยหลับ1. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้นอนไม่หลับ เช่น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคาเฟอี...
28/08/2021

ทำอย่างไรถึงจะนอนหลับได้ง่ายๆ ในวันที่นอนไม่ค่อยหลับ

1. หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้นอนไม่หลับ เช่น หลีกเลี่ยงอาหารที่มีคาเฟอีน

2. หยุดทุกกิจกรรมก่อนนอนราว 1-2 ชั่วโมง เช่น หยุดทำงาน หยุดกิน (4-6 ชั่วโมงก่อนนอน) หยุดออกกำลังกาย ฯลฯ

3. หยุดทุกกิจกรรมก่อนนอนราว 1-2 ชั่วโมง เช่น หยุดทำงาน หยุดกิน (4-6 ชั่วโมงก่อนนอน) หยุดออกกำลังกาย ฯลฯ

4. ผ่อนคลายความเครียดที่เกิดจากการทำงาน และเรื่องส่วนตัวต่างๆ ด้วยการฟังเพลงสบายๆ คลอเบาๆ ก่อนนอน หรือนั่งสมาธิ

☎095-589-3650คุณธันย์นิชา☎
หรือกดลิงค์
https://line.me/R/ti/p/%40gmc1407b
http://line.me/ti/p/~thannicha2507
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
http://livercare2go.lnwshop.com

4 สาเหตุของ "อาการหน้ามืดเป็นลม"1. เป็นลมธรรมดาเป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุด เกิดจากร่างกายอ่อนแอ เพิ่งฟื้นไข้ อดนอน หิวข้...
23/06/2021

4 สาเหตุของ "อาการหน้ามืดเป็นลม"

1. เป็นลมธรรมดา
เป็นสาเหตุที่พบได้มากที่สุด เกิดจากร่างกายอ่อนแอ เพิ่งฟื้นไข้ อดนอน หิวข้าว หิวน้ำ อดอาหาร อยู่ในที่ร้อนอบอ้าวหรือแออัด ไปจนถึงจิตใจอ่อนแอ เช่น เครียด วิตกกังวล หงุดหงิด โกรธ หรือหวาดกลัว

อาการที่พบ หัวใจเต้นช้าลง ความดันโลหิตตก ผู้ป่วยไม่มีสติอยู่ในระยะสั้นๆ เมื่อได้นอนในที่ราบจะค่อยๆ ฟื้นภายใน 5-10 นาที แต่อาจจะยังมึนงง อ่อนเพลีย คลื่นไส้ ไม่มีแรงอยู่อีก 1-2 ชั่วโมง หรือนานกว่านี้เล็กน้อย

การป้องกัน รักษาสุขภาพร่างกายและจิตใจให้แข็งแรงอยู่เสมอ ไม่อยู่ในที่ร้อนอบอ้าว ไม่อดข้าวอดน้ำหรืออดหลับอดนอน หากมีอาการมึนหัว ใจสั่น ใจเต้นเร็ว เหงื่อแตก มือเย็น ให้รีบหาที่นั่งพัก หรือนอนราบ ก่อนที่จะเป็นลมจนหมดสติ เพราะจะฟื้นตัวได้เร็วกว่ามาก

2. เป็นลมเมื่อเปลี่ยนท่า
อาการที่พบ อาการเป็นลมเมื่อเปลี่ยนท่านั่ง ท่ายืน โดยเฉพาะหากนั่งหรือนอนอยู่แล้วลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็ว หรือเกิดจากการยืนอยู่เฉยๆ นานๆ มักเกิดกับ

ผู้สูงอายุ
กินยาที่ทำให้ความดันโลหิตลดลง
คนที่ปริมาตรเลือดหรือน้ำในร่างกายพร่อง (ลดลง) เช่น คนที่มีอาการตกเลือด มีอาการท้องเดินมากๆ
ระบบประสาทผิดปกติ
การป้องกัน ค่อยๆ เปลี่ยนท่านั่ง ท่ายืน ลุกขึ้นจากเตียงและเก้าอี้อย่างช้าๆ หรือตอนที่ลุกจากที่นอนให้นั่งก่อนสักพักค่อยลุกจากเตียง ขณะเปลี่ยนท่าอย่างช้าๆ ให้เกาะสิ่งต่างๆ รอบตัว เช่น หัวเตียง ก่อนลุก นอกจากนี้การออกกำลังกายบริหารขาโดยการเดินหรือการย่อตัว วันละหลาย ๆ ครั้ง ๆ ละหลาย ๆ นาที ก็ช่วยลดอาการเป็นลมเมื่อเปลี่ยนท่าได้

3. เป็นลมเพราะไอ
อาการที่พบ หน้ามืดหรือเป็นลมเพราะไอติดต่อกันนานๆ เช่น ผู้ป่วยโรคไอกรน (พบมากในเด็ก) โรคหลอดลมอักเสบเรื้อรัง หรือโรคถุงลมพอง ที่มาจากการสูบบุหรี่ โดยการไอหนักๆ ติดๆ กัน ทำให้ต้องกลั้นหายใจ และหัวใจสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายและสมองไม่เพียงพอ เช่นเดียวกันกับการเบ่ง

การป้องกัน อย่าไออย่างรุนแรง หรือไอติดๆ กัน หากเป็นโรคที่มีอาการไอ ควรรีบรักษา

4. เป็นลมเพราะสมองหรือระบบประสาท
อาการที่พบ เป็นหนึ่งในอาการของโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท เช่น โรคหลอดเลือดสมอง โรคลมชัก แต่พบอาการเป็นลมได้เพียงส่วนน้อย

การป้องกัน รักษาโรคประจำตัวที่เกี่ยวกับระบบประสาทให้ดี

☎095-589-3650คุณธันย์นิชา☎
หรือกดลิงค์
https://line.me/R/ti/p/%40gmc1407b
http://line.me/ti/p/~thannicha2507
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
http://livercare2go.lnwshop.com

9 วิธี ลดเสี่ยงอาการ "ตาแห้ง"อาการโรคตาแห้ง- แสบตา ไม่สบายตา- เคืองตา รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา- ตาล้า รู้สึกอย...
11/03/2021

9 วิธี ลดเสี่ยงอาการ "ตาแห้ง"

อาการโรคตาแห้ง
- แสบตา ไม่สบายตา
- เคืองตา รู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตา
- ตาล้า รู้สึกอยากหลับตา
- ตามัว ความสามารถในการมองเห็นลดลง

วิธีป้องกันโรคตาแห้ง
1. หลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ดิจิตอลต่อเนื่องเป็นเวลานาน
2. หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดิจิตอลเป็นเวลานาน ควรพักสายตาทุกๆ 20 นาที เช่น หลับตา หรือละสายตามองวัตถุที่อยู่ไกล 20 ฟุต อย่างน้อย 20 วินาที
3.หลีกเลี่ยงให้ดวงตาปะทะหรือสัมผัสกับลมแรงๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น นอนเปิดพัดลมหรือลมแอร์รดใส่ตา
4. หลีกเลี่ยงการเดินทางหรืออยู่ในที่ที่อากาศแห้งมากเป็นเวลานาน หรือมีมลพิษทางอากาศสูง
5. หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ไม่จำเป็น
6. กะพริบตาให้บ่อยขึ้น กะพริบตาสม่ำเสมอ
7. ไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์สัมผัสเป็นเวลาเกิน 8 ชั่วโมงต่อวัน
8. ดื่มน้ำเปล่าสะอาดให้เพียงพอ วันละ 6-8 แก้ว
9. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

☎095-589-3650คุณธันย์นิชา☎
หรือกดลิงค์
https://line.me/R/ti/p/%40gmc1407b
http://line.me/ti/p/~thannicha2507
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
http://livercare2go.lnwshop.com

4 วิธีเช็ก "อาหารกระป๋อง" ก่อนกิน ลดเสี่ยงอันตรายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยการเลือกซื้อปลากระป๋องในช่วงนี้ ประชาชนควรเลือกซื้...
30/01/2021

4 วิธีเช็ก "อาหารกระป๋อง" ก่อนกิน ลดเสี่ยงอันตราย

เพื่อเพิ่มความปลอดภัยการเลือกซื้อปลากระป๋องในช่วงนี้ ประชาชนควรเลือกซื้ออาหารกระป๋อง ดังนี้

1. กระป๋องอยู่ในสภาพดี ไม่บุบ โดยเฉพาะตะเข็บหรือรอยต่อของกระป๋องต้องเรียบ ฝาหรือก้นกระป๋องแบนเรียบ

2. ส่วนขอบกระป๋องจะต้องไม่มีรอยรั่วซึม ไม่เป็นสนิม ไม่โป่งนูน เนื่องจากมีแรงดันของก๊าซที่เกิดจากการเน่าเสียของอาหารภายในกระป๋อง

3. ดูฉลากสินค้าที่ผ่านการตรวจรับรองและมีเลขสารบบอาหารหรือตัวเลขหลังเครื่องหมาย อย. พร้อมทั้งสังเกตวัน เดือน ปีที่ผลิต และวันหมดอายุ

4. ก่อนบริโภคทุกครั้งควรทำความสะอาดกระป๋อง และหีบห่อเมื่อซื้อมา แล้วจัดเก็บพร้อมกับล้างมือทันที และเมื่อจะบริโภคควรนำปลามาปรุงผ่านความร้อนอีกครั้ง ก็จะช่วยสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี

☎095-589-3650คุณธันย์นิชา☎
หรือกดลิงค์
https://line.me/R/ti/p/%40gmc1407b
http://line.me/ti/p/~thannicha2507
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
http://livercare2go.lnwshop.com

วิธีระงับความหิว แบบไม่เสียสุขภาพ1. ดื่มน้ำเปล่าก่อนกินอาหารทุกมื้อการดื่มน้ำเปล่าแก้วใหญ่ๆ สักแก้วก่อนกินอาหารในแต่ละมื...
19/12/2020

วิธีระงับความหิว แบบไม่เสียสุขภาพ

1. ดื่มน้ำเปล่าก่อนกินอาหารทุกมื้อ
การดื่มน้ำเปล่าแก้วใหญ่ๆ สักแก้วก่อนกินอาหารในแต่ละมื้อ จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น และอยู่ท้องมากขึ้น จนรู้สึกหิวน้อยลงหลังกินอาหารเสร็จ โดยงานศึกษาวิจัยชิ้นหนึ่งที่มีกลุ่มตัวอย่างเป็นผู้หญิงที่มีภาวะน้ำหนักเกิน จำนวน 50 คน พบว่า การดื่มน้ำวันละ 1.5 ลิตรติดต่อกันเป็นเวลา 8 สัปดาห์ ช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้น้ำหนักตัวลดลง ทั้งยังช่วยลดไขมันในร่างกายด้วย

2. กินอาหารไฟเบอร์สูงให้มากขึ้น
อีกหนึ่งวิธีระงับความหิวที่คุณไม่ควรพลาดก็คือ การกินอาหารที่อุดมไปด้วยไฟเบอร์หรือใยอาหารให้มากขึ้น เพราะไฟเบอร์ย่อยยากกว่าอาหารชนิดอื่น จึงทำให้เราอยู่ท้องได้นานขึ้น และรู้สึกหิวช้าลง โดยอาหารที่มีไฟเบอร์สูงและดีต่อสุขภาพที่เราอยากแนะนำ ได้แก่ ธัญพืชเต็มเมล็ด ถั่ว แอปเปิ้ล อะโวคาโด อัลมอนด์ เมล็ดเจีย ผักใบเขียว

3. พยายามอย่าเครียด
คนเรามักกินเยอะขึ้นเวลาที่เครียด เศร้า หรือวิตกกังวล โดยผลการศึกษาวิจัยหลายชิ้นยืนยันแล้วว่า ความเครียดส่งผลให้คนเราอยากอาหาร กินไม่หยุด หรือกินอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้น ฉะนั้น หากคุณอยากกินให้น้อยลง ไม่หิวบ่อย วิธีง่าย ๆ เลยก็คือ การจัดการความเครียดให้อยู่หมัด ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ มีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมบ้าง อย่าเอาแต่อยู่คนเดียว และอย่าลืมทำกิจกรรมคลายเครียดที่คุณชอบด้วย เช่น ดูหนัง ฟังเพลง นั่งสมาธิ

4. ลดความอยากอาหาร ด้วยการกินโปรตีนให้มากขึ้น
อาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มนานขึ้น กินอาหารมื้อต่อไปน้อยลง ทั้งยังช่วยลดไขมันในร่างกายด้วย โดยงานศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ที่เปรียบเทียบการกินอาหารเช้า 2 รูปแบบ คือ
1. กินไข่เป็นมื้อเช้า
2. กินเบเกิลเป็นมื้อเช้า
โดยใช้เวลาในการศึกษาวิจัยนาน 8 สัปดาห์ พบว่า กลุ่มที่กินไข่เป็นมื้อเช้ามีน้ำหนักลดลงถึง 65% และไขมันในร่างกายลดลงไป 16%

การกินอาหารที่มีโปรตีนให้มากขึ้น นอกจากจะช่วยระงับความหิว ลดความอยากอาหารได้แล้ว ยังช่วยป้องกันการสูญเสียกล้ามเนื้อที่มักเกิดขึ้นเวลาที่คุณลดน้ำหนักได้ด้วย

☎095-589-3650คุณธันย์นิชา☎
หรือกดลิงค์
https://line.me/R/ti/p/%40gmc1407b
http://line.me/ti/p/~thannicha2507
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
http://livercare2go.lnwshop.com

5 สิ่งของ-สถานที่ สัมผัสแล้วควรล้างมือทันที1. ตู้อัตโนมัติ เช่น ATM MRT/BTS และ Vending Machine (ตู้ขายของอัตโนมัติ)2. ต...
01/11/2020

5 สิ่งของ-สถานที่ สัมผัสแล้วควรล้างมือทันที

1. ตู้อัตโนมัติ เช่น ATM MRT/BTS และ Vending Machine (ตู้ขายของอัตโนมัติ)

2. ตัวอาคาร เช่น ราวบันได ราวบันไดเลื่อน ประตู ลูกบิด และบานผลัก

3. ระบบขนส่งสาธารณะ เช่น เสา ราวโหน ราวจับ ประตู เบาะ

4. เงินสด เช่น ซื้อของ รับเงินทอน

5. โรงอาหาร/ห้องอาหาร เช่น ช้อน ส้อม แก้วน้ำ และเครื่องปรุง

เราควรล้างมือบ่อยแค่ไหน?

1. ล้างมือบ่อยๆ ลดโอกาสรับเชื้อจากการสัมผัส

2. ล้างมือหลังจับของสาธารณะ ป้องกันเชื้อที่จะติดมาด้วย

3. ล้างมือเมื่อถึงบ้าน ไม่พาเชื้อโรคมาติดคนและของในบ้าน

4. ล้างมือก่อนกิน ไม่นำเชื้อเข้าไปปนเปื้อนอาหารและช้อนส้อมที่จับ

5. ล้างมือหลังกิน ไม่นำเชื้อออกไปก่อนทำอย่างอื่น

☎095-589-3650คุณธันย์นิชา☎
หรือกดลิงค์
https://line.me/R/ti/p/%40gmc1407b
http://line.me/ti/p/~thannicha2507
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
http://livercare2go.lnwshop.com

อาหารแสลงสำหรับคน "ไอ"1.อาหารที่มีรสหวานจัดเช่น ของหวาน ขนมหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้สำเร็จรูป และน้ำหวานทุกชนิด เนื่องจากน้...
11/10/2020

อาหารแสลงสำหรับคน "ไอ"

1.อาหารที่มีรสหวานจัด
เช่น ของหวาน ขนมหวาน น้ำอัดลม น้ำผลไม้สำเร็จรูป และน้ำหวานทุกชนิด เนื่องจากน้ำตาลในอาหาร ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอาการอักเสบ และการติดเชื้อในร่างกาย ทำให้ผู้ที่ป่วยเป็นหวัด อาการไม่ดีขึ้น หรืออาจมีอาการหนักกว่าเดิมก็ได้ ช่วงที่ไอมาก จึงควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวาน ๆ เป็นการชั่วคราว

2.อาหารหรือเครื่องดื่มเย็น ๆ
ความเย็น เป็นอีกหนึ่งตัวการที่กระตุ้นให้เกิดอาหารไอ ช่วงที่เราเป็นหวัด และมีอาการไอ จึงควรหลีกเลี่ยงอาการ และเครื่องดื่มต่าง ๆ ที่มีความเย็น เช่น น้ำเย็น น้ำแข็ง ไอศกรีม เป็นต้น

3.อาหารรสจัด หรืออาหารมัน ๆ
อาหารรสจัด และอาหารที่มีไขมันสูง เป็นอาหารที่ก่อให้การระคายเคืองภายในลำคอ และกระตุ้นให้เกิดอาการไอมากขึ้น

4.นม และผลิตภัณฑ์จากนม
แม้ว่านมจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สำหรับผู้ที่แพ้โปรตีนจากนมแล้ว การหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์จากนมทุกชนิด เป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะผลิตภัณฑ์จากนม มีส่วนทำให้น้ำมูกข้น และเหนียวขึ้น จนอาจขัดขวางทางเดินหายใจ จนทำให้หายใจลำบากขึ้นกว่าเดิมได้
แต่ถ้าว่าหากคุณเป็นคนที่ไม่มีปัญหาอะไรกับดื่มนม หรือกินอาการที่ผลิตจากนม เช่น ดื่มนมอุ่น ๆ หรือโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ก็จะเป็นการช่วยเพิ่มวิตามินดี และจำนวนโพรไบโอติกส์ในร่างกาย ซึ่งสามารถช่วยป้องกันเชื้อแบคทีเรีย และไวรัสที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดได้

5.ขนมปัง และแครกเกอร์
โดยเฉพาะขนมปังที่ทำมาจากแป้งขัดขาว เพราะแม้ว่าขนมปัง และแครกเกอร์ จะเป็นของที่กินได้ง่ายช่วงป่วย และทำให้ไม่อยากกินอะไร แต่แป้งขัดขาว สามารถจะย่อย และเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้เร็วมาก ทำให้ร่างกายที่กำลังอ่อนแอ เสี่ยงต่อการเกิดอักเสบ และอาจติดเชื้อโรคมากขึ้น ทำให้อาการป่วยที่เป็นอยู่แล้ว อาการหนักกว่าเดิมได้ ถ้าอยากกินขนมปังเป็นหวัด ควรเลือกกินขนมปังหรือโฮลวีท หรือโฮลเกรน จะดีกว่า

☎095-589-3650คุณธันย์นิชา☎
หรือกดลิงค์
https://line.me/R/ti/p/%40gmc1407b
http://line.me/ti/p/~thannicha2507
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
http://livercare2go.lnwshop.com

ข้อห้ามไม่ควรทำ “หลังมื้ออาหาร”1.อย่าดื่มน้ำอัดลม หรือกินผลไม้ที่มีแก๊สเยอะทันทีการดื่มน้ำอัดลมหลังกินอิ่มจะมีก๊าซคาร์บอ...
13/09/2020

ข้อห้ามไม่ควรทำ “หลังมื้ออาหาร”

1.อย่าดื่มน้ำอัดลม หรือกินผลไม้ที่มีแก๊สเยอะทันที
การดื่มน้ำอัดลมหลังกินอิ่มจะมีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่มารบกวนการย่อยของอาหารเป็นอย่างมาก และการกินผลไม้ที่มีแก๊สเยอะหลังมื้ออาหาร ก็เป็นอีกสิ่งที่ไม่ควรทำเพราะจะทำให้ท้องอืด ท้องเฟ้อ และมีลมในกระเพาะอาหาร ควรเลือกกินเป็นผลไม้ย่อยง่าย เช่น แตงโม ส้ม และเลี่ยงผลไม้ที่มีแก๊สเยอะอย่าง ทุเรียน

2.อย่าดื่มชาที่มีความเข้มข้นมากๆ ทันที
การดื่มชาที่เข้มข้นมากๆ จะมีผลทำให้กระเพาะอาหารดูดซับอาหารได้น้อยลง ทำให้ระบบการย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ซึ่งจะทำให้ท้องผูกได้ ทางที่ดีควรจะดื่มชาหลังรับประทานอาหารไปแล้วประมาณ 2-3 ชั่วโมง และเคยมีงานวิจัยระบุว่าคนที่ขาดธาตุเหล็ก อาจจะเลี่ยงดื่มชาทันทีที่กินยาที่เสริมธาตุเหล็ก

3.อย่ากินมากเกิน
กินให้พอดีและหากรู้สึกอิ่มแล้วให้หยุดกิน ควรเว้นระยะห่างการกินอาหารในแต่ละมื้อประมาณ 3 ชั่วโมง รอให้อาหารแต่ละประเภทย่อยเสร็จ และย้ายจากกระเพาะอาหารไปสู่ที่อื่นก่อน แล้วค่อยกินมื้อต่อไป อย่ากินเยอะจนเกินไปเพราะจะทำให้รู้สึกไม่สบายท้อง จุกเสียด ท้องอืด ท้องเฟ้อ และอย่ากินจุกจิกเพราะจะทำให้เกิดภาวะอ้วนได้

4.อย่านอนทันที
การนอนทันทีหลังทานอาหารเสร็จ จะทำให้เกิดลมหรือแก๊สในทางเดินอาหารได้ และทำให้ท้องอืด อีกทั้งยังทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้อีกด้วย ฉะนั้นถ้าจะนอนควรเว้นระยะเวลามากกว่า 3 ชั่วโมงขึ้นไปหลังกินอิ่ม หรือหากิจกรรมที่ทำให้ร่างกายได้เคลื่อนไหว เช่น การทำงานบ้านสักหน่อยเพื่อกระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร และช่วยในการเผาผลาญแคลอรี

5.อย่าพึ่งอาบน้ำหลังกินอิ่ม
หลายคนเชื่อว่าจะส่งผลให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ ซึ่งถ้าต้องการอาบน้ำ ควรอาบตอนที่อาหารเริ่มย่อยประมาณ 1-2 ชั่วโมง การอาบน้ำหลังกินข้าวในบางคนอาจเกิดอาการจุก หรือมีผลทำให้ท้องอืดบ่อย ซึ่งไม่เป็นผลดีกับร่างกายเลย และการที่ท้องอืดบ่อยๆ ยังส่งผลทำให้ลำไส้อักเสบได้ง่ายอีกด้วย

6.อย่าออกกำลังกายทันที
การออกกำลังกายจำเป็นต้องใช้พลังงานในร่างกายมาก ซึ่งในขณะที่กระเพาะก็ยังทำการย่อยอาหารอยู่ ประสิทธิภาพในการทำงานทั้งหมดทุกส่วนในร่างกาย หากทำพร้อมกันแบบนี้ไม่ดีแน่ ฉะนั้นหลังกินอาหารควรพักผ่อนเล็กน้อย และไม่ควรออกกำลังกายทันที

☎095-589-3650คุณธันย์นิชา☎
หรือกดลิงค์
https://line.me/R/ti/p/%40gmc1407b
http://line.me/ti/p/~thannicha2507
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
http://livercare2go.lnwshop.com

3 ข้อที่ควรทำ “หลังตื่นนอน”1. ดื่มน้ำเปล่าหลังตื่นนอนการดื่มน้ำเปล่าหลังจากตื่นนอน ส่งผลดีต่อร่างกายอย่างไม่น่าเชื่อ เป็...
07/08/2020

3 ข้อที่ควรทำ “หลังตื่นนอน”

1. ดื่มน้ำเปล่าหลังตื่นนอน
การดื่มน้ำเปล่าหลังจากตื่นนอน ส่งผลดีต่อร่างกายอย่างไม่น่าเชื่อ เป็นเพราะร่างกายของเราประกอบด้วยน้ำประมาณ 72 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสมองมีน้ำมากถึง 75 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว น้ำจึงเป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไม่ได้

ในช่วงตื่นนอนใหม่ ๆ จะเป็นช่วงที่เลือดมีความข้นหนืดสูง เนื่องจากร่างกายขาดน้ำต่อเนื่องราวๆ 5-8 ชั่วโมงในขณะหลับ การดื่มน้ำจะช่วยให้เลือดไหลเวียน ลำเลียงสารอาหารและออกซิเจนไปเลี้ยงร่างกายได้ง่ายขึ้น ปรับสมดุลร่างกาย มีผลให้ร่างกายสดชื่น กระปรี้กระเปร่า เริ่มต้นวันใหม่ได้อย่างสุขภาพดี

2. ออกกำลังกายเบาๆ
คนที่ขยันหน่อยอาจจะตื่นแต่เช้ามืดแล้วไปวิ่งออกกำลังกายตอนเช้า แต่สำหรับคนที่ไม่มีความพยายามมากขนาดนั้น ลองเปลี่ยนมาเป็นการออกกำลังกายเบา ๆ ยามเช้าบนที่นอน หรือกายบริหารง่าย ๆ ในห้องนอนสัก 15 นาทีแทนก็ได้ แค่ให้ร่างกายได้ยืดเส้นยืดสาย ขยับเขยื้อน จะช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น หลังจากที่นอนค้างอยู่

3. อย่าลืมขับถ่าย
การขับถ่ายเป็นเรื่องสำคัญมาก อย่าลืมว่าเรากินอาหารเข้าไปทุกวัน ร่างกายจะย่อยเอาสารอาหารไปใช้ จนเหลือกากและของเสียที่รอเอาออก ในเมื่อเอาเข้าทุกวันก็ควรเอาออกทุกวันด้วย ไม่เช่นนั้นจะหมักหมม ผลเสียระยะสั้นอาจจะทำให้ท้องผูก ริดสีดวงทวาร แต่ผลระยะยาวอาจร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่เลยก็ได้ จึงต้องพยายามฝึกตัวเองให้เป็นคนที่ต้องขับถ่ายทุกเช้า ด้วยการดื่มน้ำหลังตื่นนอน เพื่อให้ลำไส้ได้ดูดซึมน้ำไปช่วยขับถ่าย ออกกำลังกายเบาๆ เพื่อกระตุ้นให้กระเพาะ ลำไส้ทำงาน และกินอาหารดีมีประโยชน์ ที่ช่วยเรื่องการขับถ่าย

☎095-589-3650คุณธันย์นิชา☎
หรือกดลิงค์
https://line.me/R/ti/p/%40gmc1407b
http://line.me/ti/p/~thannicha2507
ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ค่ะ
http://livercare2go.lnwshop.com

ที่อยู่

Samut Sakhon
74000

เบอร์โทรศัพท์

+66955893650

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ กรีนแอล greenl ดีท็อกตับ ล้างสารพิษในตับ ค่าตับสูง ไขมันเกาะตับ by สุขภาพดีผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง กรีนแอล greenl ดีท็อกตับ ล้างสารพิษในตับ ค่าตับสูง ไขมันเกาะตับ by สุขภาพดี:

แชร์