19/02/2026
“ชวนอ่านหนังสือพร้อมกันทีละหลายๆ เล่ม”
อยู่ชมรมบุ๊คคลับมา 9 ปีตอนนี้เลยเป็นนิสัยไปแล้วที่ต้องอ่านหนังสือพร้อมกันทีละหลายๆ เล่ม ไม่ใช่เพราะขี้เบื่ออย่างเดียว แต่ชีวิตของการเป็นผู้ใหญ่แต่ละวันไม่ง่ายเลย บางอารมณ์ก็อยากได้ไฟได้พลัง บางอารมณ์ก็อยากได้รับการเยียวยาจิตใจ และบางครั้งก็แค่อยากจะหัวเราะแบบสบายๆ
กวางค้นพบว่าการเลือกหนังสือสำหรับแต่ละช่วงเวลาก็เป็นศิลปะที่เราต้องละเอียดกับใจตัวเองและค่อยๆ เลือกให้ถูก เพราะไม่อย่างนั้นเราจะไม่อ่านเลยเพราะมันไม่ตรงใจ
ของกวางเองก็สังเกตว่าถ้าช่วงไหนเรามีหนังสือที่เนื้อหาหนักๆ อยู่ในกองที่อ่าน ช่วงนั้นต้องขยันเติมของเบาๆ เข้ามาประกบ ทั้งการ์ตูน ทั้งหนังสือนิยายอาหารแสนฮีลใจ เพื่อที่จะเอามาอ่านสลับเวลาที่เรามีเรื่องหนักๆ ในชีวิตแล้วอ่านหนังสือเนื้อหาหนักไม่ไหว
แต่เพราะหนังสือเนื้อหาแน่นๆ เป็นหนังสือที่มีคุณค่ามาก แล้วก็สนุกมากด้วยแม้จะอ่านไม่ได้ตลอด เราเลยต้องค่อยๆ ละเลียดไปแบบช้าๆ
ลิสต์ของกวางตอนนี้มีตามนี้ค่ะ
1. From Third World to FIRST - Lee Kuan Yew
เป็นหนังสือที่ประทับใจมาก เขียนโดยปู่ลีกวนยูเอง เป็นหนังสือที่คล้ายๆ Done List ในการสร้างประเทศสิงคโปร์ของปู่ตลอดช่วง 40 ปีได้ (ลิสต์งานที่ทำสำเร็จ/ เสร็จ/ ล้มเหลวไปแล้ว และแนวคิดเบื้องหลังการทำแต่ละอย่าง) ซึ่งเค้าแบ่งหมวดหมู่ตามประเภทของงาน เป็นหนังสือที่เต็มไปด้วยกลยุทธ์ในการสร้างระบบเพื่อที่จะรันประเทศให้ได้ดี อ่านแล้วให้แง่คิดด้านการทำงานเยอะจนต้องค่อยๆ ละเลียดอ่านและค่อยๆ คิดตาม อ่านแล้วใจเต้นเว่อ ตื่นเต้นไปกับเค้า แถมได้ไฟได้พลังแบบฟู่ๆ จนอ่านรวดเดียวไม่ไหว
จำได้ว่าตอนอ่านครั้งแรกเบื่อมากเพราะตอนนั้นยังไม่ได้เข้ามาทำงานที่บ้านแบบเต็มตัวแล้วก็อ่านไม่จบด้วย แต่พอมาอ่านรอบที่สองปรากฏว่าอินมากกกกก หนังสือมี 700 หน้าอ่านไปแล้ว 100 หน้า สงสัยจะอ่านได้อีกหลายเดือน อ่านไปก็เปิด chatgpt ให้อธิบายเพิ่ม ขอรูปเพิ่ม ขอรายละเอียดสถานการณ์เพิ่มในส่วนที่เราสนใจ เป็นหนังสือที่อ่านมันมากๆ จนแพลนว่าจะไปเที่ยวสิงคโปร์หลังอ่านจบ อยากตามรอยสถานที่และเหตุการณ์ในหนังสือค่ะ (อินแค่ไหนคิดดู 😆)
2. 5 สิ่งที่ก่อนตายคนเสียดายที่สุด - Bronnie Ware
เป็นหนังสือแปลที่แปลได้ดีมากๆๆๆ อ่านแล้วไม่สะดุดเลย ผู้เขียนทำงานเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยหนักตามบ้านในต่างประเทศ และได้เล่าเรื่องราวที่พบเจอในงานและปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างงาน ซึ่งสะท้อนให้เห็นความจริงของชีวิตที่อีกไม่นานทุกคนก็จะต้องเจอ อ่านแล้วทำให้ได้ใคร่ครวญและตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเองหลายๆ อย่าง ซึ่งบางคำถามก็ยากที่จะตอบ และบางคำถามก็ชวนอึดอัด แต่ก็เป็นคำถามที่สุดท้ายเราทุกคนก็ต้องเจออยู่ดี รู้สึกว่าเป็นหนังสือที่งดงามมากเพราะมันเป็นเรื่องของชีวิต แต่ก็ต้องค่อยๆ อ่านเหมือนกัน
3. The collected teachings of Ajarn Chah, Food for the Heart - หลวงปู่ชา
หนังสือรวบรวมคำสอนของหลวงปู่ชา หยิบมาแบบไม่ได้คิดอะไรจากคิโนฯ เมื่อหลายปีที่แล้ว แต่ปรากฎว่าถึงกับกรีดร้องในความดีงาม กวางไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรเหมือนกัน เพราะตอนแรกเข้าใจมาตลอดว่า Food for the heart น่าจะเอาเนื้อหามาจากหนังสือ ‘อาหารใจ’ ของหลวงปู่ชาซึ่งมีอยู่หลายๆ เล่ม แต่เหมือนว่าคนเขียนเค้าเอามาจัดเรียงใหม่แล้วให้บริบทเพิ่มขึ้นหรือยังไง คือมันอ่านรู้เรื่องขึ้นเยอะกว่าฉบับภาษาไทยแบบมากๆ ถึงมากที่สุด
ยอมรับว่าตอนอ่าน ‘อาหารใจ’ กวางไม่อินเลย เพราะมีเรื่องที่ไม่เข้าใจเยอะมาก แต่พอเค้าเอามาเรียบเรียง อธิบายเพิ่มและเติมบริบทต่างๆ ให้เหมือนที่เค้าต้องอธิบายเรื่องการปฏิบัติและวัฒนธรรมทางพุทธให้กับชาวต่างชาติฟัง ปรากฎว่าเราคนไทยหัวดำๆ ที่แหละกลายเป็นอ่านรู้เรื่องขึ้นมาด้วยเลย
เป็นหนังสือที่อยู่ข้างเตียงนอนกวาง จัดเป็นหนังสือฮีลใจที่ต้องค่อยๆ ละเลียดอ่านอีกหนึ่งเล่ม อ่านแล้วชอบที่สุดคือได้สะท้อนความจริงในจิตใจของตัวเองในขณะนั้น ช่วยให้เราปล่อยวางและมีสติขึ้น และเป็นหนังสือที่อ่านแล้วชวนให้เรากลับมาอยู่กับ ‘ความเป็นจริงของชีวิต’ ได้ทุกครั้งไป เลอค่ามากๆ อยากให้มีแปลไทยมากๆ เลยค่ะ จะซื้อแจก
4. เจ็บนิดนะครับ - Adam Kay
เล่มนี้ชอบมากกกก ตลกมากกกกกก คนเขียนเป็นหมอในระบบแพทย์ของอังกฤษ (ปัจจุบันลาออกแล้ว) ที่ออกมาเล่าถึงความป่วงในการทำงานในแต่ละวัน ป่วงแบบป่วงมากกกกก อ่านแล้วเห็นใจ อยากตบไหล่อยากบีบมือ แต่ก็ตลกไปด้วยว่าโอ้ยน่อ ชีวิตเจอแต่ละวันเนอะ แล้วเค้าเล่าในมุมที่ผ่านมันมาแล้ว (เพราะถ้ายังไม่ผ่านมันในใจก็คงเล่าไม่ได้) มันเลยให้แง่คิดและการปล่อยวางไปด้วย แต่ทั้งหมดทั้งมวลคือบ้าบอดี ชอบๆ ค่ะ นั่งอ่านแล้วขำอยู่คนเดียวหลายครั้ง แนะนำให้อ่านเป็นหนังสือแปลจะลื่นกว่าค่ะ เพราะมีศัพท์ทางการแพทย์เยอะเลย
5. ข้าวกล่องแห่งความห่วงใยที่อร่อยที่สุดในโลก - คิมจียุน
สำนักพิมพ์นี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังในเรื่องหนังสือประเภทอุ่นหัวใจ ชอบมาตั้งแต่ได้อ่าน ‘รสชาติอาหารจานครอบครัว’ แล้วก็ติดตามติดหนึบมาตลอด เป็นสำนักพิมพ์ go - to เวลาที่ต้องการการฮีลใจ ก็เลยจะมีหนังสือของสำนักพิมพ์นี้วนๆ อยู่ในกองที่กำลังอ่านอยู่แบบเสมอๆ เล่มนี้กวางเพิ่งเริ่มอ่านแต่ก็เป็นแนวอาหารฮีลใจซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของสำนักพิมพ์นี้ค่ะ แค่หน้าแรกๆ ก็หลงรักแล้ว อ่านได้เพลินๆ อุ่นๆ ใครชอบแนวนี้หรือยังไม่แน่ใจว่าชอบมั้ยเพราะยังไม่เคยลองอ่าน อยากแนะนำสำนักพิมพ์ picolo มากๆ ค่ะ อุ่นหัวใจจริงงงงง
จบการรีวิวหนังสือแบบงงๆ เผื่อใครอยากตามรอยนะค้าา ❤️