26/08/2026
รู้ไหมครับ เปลือกส้มโอที่เราปอกทิ้งทุกที จริงๆ แล้วเป็นยา 🍊
รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด เขียนไว้ในนิตยสารหมอชาวบ้าน ฉบับที่ 533 (กันยายน 2566) ว่า เปลือกส้มโอทั้งเปลือกเขียวและเปลือกขาวมีสารสำคัญกลุ่มน้ำมันหอมระเหยและฟลาโวนอยด์ซ่อนอยู่เพียบครับ
ตัวที่เด่นที่สุดในเนื้อส้มโอไทยและส้มโอจีนคือ "นารินเจนิน" ฟลาโวนอยด์ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบ นอกจากนี้ยังพบเฮสเพอริดิน อะพิจีนิน และสารกลุ่มเดียวกันอีกหลายตัว ซึ่งเป็นเหตุผลที่ตำรายาไทยใช้เปลือกส้มโอมาแต่โบราณครับ
ที่น่าสนใจคือมีงานวิจัยที่กลั่นน้ำมันหอมระเหยจากเปลือกส้มโอสายพันธุ์ Shatian Yu แล้วพบสารประกอบมากถึง 66 ชนิด โดยสารหลักคือ D-limonene สูงถึงร้อยละ 86.4 ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียก่อโรคได้อย่างจำเพาะเจาะจงเลยครับ
ในไทยเรามีส้มโอหลายสายพันธุ์ให้เลือกกิน ที่คุ้นเคยกันดีคือขาวทองดี เนื้อสีชมพู รสหวานฉ่ำ กับขาวน้ำผึ้ง ผลใหญ่กลมสูง แต่ละพันธุ์ก็มีเสน่ห์รสชาติต่างกันไปครับ
ส่วนตำรับยาสมุนไพรไทยยังมีการใช้ใบส้มโอผสมกับสมุนไพรแห้งชนิดอื่นๆ ต้มอบไอน้ำ เป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดกันมาครับ (สูตรและวิธีทำแบบละเอียดต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรโดยตรงนะครับ)
อีกเกร็ดเล็กๆ ที่หลายคนอาจไม่รู้ คือ ส้มโอเป็นผลไม้สำคัญในพิธีไหว้พระจันทร์ของชาวจีน ถึงขั้นถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทนศีรษะของวีรบุรุษกู้ชาติเลยครับ
บ้านใครกินส้มโอแล้วโยนเปลือกทิ้งทุกทีบ้างครับ 🙋♂️
ที่มา : รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด, นิตยสารหมอชาวบ้าน ปีที่ 45 ฉบับที่ 533 กันยายน 2566
#หมอชาวบ้าน