Cicada Health Care

Cicada Health Care อุปกรณ์และนวัตกรรม เพื่อสร้างความปลอดภัยให้ชีวิต

15 ท่าฤาษีดัดตน~♡
22/07/2026

15 ท่าฤาษีดัดตน~♡

ท่าฤาษีดัดตน กายบริหารแบบไทย เป็นการบริหารร่างกายของคนไทยที่มีมา...

21/07/2026

ประวัติ Dr. Jacob Vadakkanchery N.D.

Dr. Jacob เป็นคุณหมอในประเทศอินเดีย เป็นเจ้าของโรงพยาบาลธรรมชาติบำบัด อยู่ 3 แห่ง ซึ่งคุณหมอจะเน้นการรักษาให้กับคนยากจน ประมาณ 80% คุณหมอเป็นนักต่อต้าน, นักอนุรักษ์นิยม, นักพูด (อันดับหนึ่งในรัฐคาน คุณหมอใช้วิธีรักษา แบบธรรมชาติบำบัดกับตัวเองมาประมาณ 30 ปี ปัจจุบันคุณหมอแข็งแรงมาก ผู้แนะนำบอกว่า “คุณหมอสามารถว่ายน้ำข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไป-กลับ ภายใน 15 นาทีได้”

คุณหมอเล่าให้ฟังว่า คนเราส่วนใหญ่ มักนิยมกินยาพิษ ในรูปแบบต่างๆ ดังนี้

1. ยารักษาโรค (ยาพาราเซตามอล, ยาทิปฟี้ ฯลฯ)

2. อาหารเสริม

3. อาหารที่ไม่มีประโยชน์ เช่น McDonald. KFC, Pizza ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ร่างกาย ต้องทำงานหนักและเป็นบ่อเกิดโรคต่างๆ
คุณหมอบอกว่าร่างกายเราเป็นสิ่งที่วิเศษมาก มันสามารถเปลี่ยนแปลงอาหาร ที่เรากินเข้าไป ให้กลายเป็นสารอาหารต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป และมีวิธีการกำจัดของเสียในร่างกาย ออกเป็น 5 ทางคือ

1.ทางลมหายใจ
2.ทางเหงื่อ
3.ทางปัสสาวะ
4.ทางอุจจาระ
5.ทางประจำเดือน

และร่างกายเรายังมีความวิเศษอีกอย่างคือ หากเรามีของเสียมาก ร่างกายจะกำจัดโดยแสดงออกในรูปแบบต่างๆ เช่น การเป็นหวัด คือ ร่างกายเราจะมีน้ำมูกมาชะล้างเชื้อโรคบริเวณเยื่อบุจมูก แต่คนเราส่วนใหญ่เมื่อมีการอาการเหล่านี้ ก็มักจะกินยา เพื่อรักษาอาการโรคเหล่านี้ ซึ่งความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ร่างกายเราไม่สามารถกำจัดเชื้อโรคต่างๆ ได้ ทำให้โรคต่างๆ ยังคงอยู่ในร่างกายเราต่อไป

คุณหมอบอกว่าคนเราส่วนใหญ่ เวลาที่เราปวดหัว เราก็จะกินยาพารา 1 เม็ด แล้วกินน้ำตาม แต่วิธีการของคุณหมอจะแตกต่างจากคนทั่วไป คือคุณหมอจะใช้ยาพารา 2 เม็ด มาบดให้ละเอียดแล้วคลุกกับข้าว แล้วไปตั้งที่ห้องครัว 2-3 วัน เมื่อกลับมาดูอีกครั้ง คุณหมอจะพบหนูตายประมาณ 10 - 15 ตัว นี่แสดงว่า ยาพาราเซตามอลเป็นยาฆ่าหนูชนิดหนึ่ง และเมื่อเราเป็นไข้ เรากินยาพาราเซตามอล แสดงว่าเราได้กินยาพิษเข้าไปในร่างกายด้วย

ยาพิษอีกตัวหนึ่งที่คุณหมอกำชับหนักหนากับพวกเราที่นั่งฟังอยู่ก็คือ

น้ำตาลทรายขาว ที่เราใช้อยู่ในชีวิตประจำวัน คุณหมอถามพวก! เราว่า เคยรู้หรือเปล่าว่าน้ำตาลทรายขาว มาจากไหน ? ทุกคนก็ตอบว่ามาจาก “ อ้อย ” ซึ่งคุณหมอบอกว่า “ ใช่ ” แต่ก่อนที่มันจะเป็นน้ำตาลทรายขาว ผู้ผลิตได้นำอ้อยที่มีประโยชน์ ไปใช้ในขบวนการผลิตเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เรียบร้อยแล้ว นำน้ำตาลส่วนที่เหลือซึ่งมีสีดำ และไม่มีประโยชน์ ไปผ่านมาฟอกสี จนกลายเป็นน้ำตาลทรายขาวที่เรากินอยู่ทุกวัน น้ำตาลทรายขาวนี้จะเข้าไปทำร้ายร่างกายเรา ตั้งแต่ลำคอ ผ่านไปกระเพาะ ลำไส้ ดังนั้นคุณหมอจึงอยากให้พวกเราทุกคน เลิกกินน้ำตาลทรายขาว และหันมากินน้ำตาลทรายแดง ซึ่งมีประโยชน์มากกว่า

คุณหมอ ถามพวกเราอีกว่า เราเคยใช้ยาสีฟัน หรือเปล่า พวกเราก็บอกว่า “ เคย ” คุณหมอบอกว่ายาสีฟัน ก็เป็นสารซักฟอก เช่นเดียวกับสบู่ที่เราใช้อาบน้ำนั้นแหละ เพราะเมื่อเราแปรงฟัน จะมีเศษของยาสีฟันตกลงไปอยู่ในท้องของเรา อาจทำให้เรามีปัญหาอาจเป็นโรคกระเพาะได้

คุณหมอบอกว่าคุณหมอใช้ใบมะม่วงหรือผงสมุนไพร ในการแปรงฟัน คุณหมอก็ใช้แปรงสีฟันธรรมชาติที่พระเจ้าประทานให้มาแล้ว ( นั่นก็คือนิ้วชี้ของคุณหมอ) คุณหมอแปรงฟันด้วยวิธีนี้มานาน 28 ปี แล้ว ฟันของคุณหมอยังขาว และแข็งแรงอยู่เลย

มีผู้ฟังถามคุณหมอว่า “เราควรจะบริโภคนมวัวหรือเปล่า ” คุณหมอบอกว่า “แล้วเราเป็นลูกวัวหรือเปล่าล่ะ ที่ต้องกินนมแม่ (แม่วัว) ถ้าไม่ใช่ เราก็ไม่ควรกิน มีนมอยู่อย่างเดียวที่เรากินได้ คือนมของแม่เราเอง ซึ่งเป็นนม ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเราจริงๆ นอกนั้นนมอื่นๆ นั้น ไม่มีประโยชน์สำหรับร่างกายเราเลย ” คนฟังก็ถามต่อว่า “แล้วเราจะกินนมอะไรได้บ้าง หรือเปล่ากินนมแพะ ได้ไหมค่ะ” คุณหมอบอกว่า “แล้วเราเป็นลูกแพะหรือ เปล่าล่ะ ถึงจะไปกินนมแพะนะ ถ้าไม่ใช่ก็ไม่ควรกิน แต่ถ้าจะให้เปรียบเทียบระหว่างนมวัว และนมแพะ นมแพะจะมีคุณค่าสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายเรามากกว่านมวัวนะ”

และมีผู้ฟังถามเรื่องโยเกิร์ต คุณหมอบอกว่ากินได้บ้าง แต่ไม่ควรจะบ่อยๆ เพราะมันก็ไม่มีประโยชน์ และไม่ดีอย่างที่เราคิดไว้
การรักษาแบบธรรมชาติบำบัดของคุณหมอ สามารถรักษาโรคได้หลายๆ โรค เช่น โรคผิวหนัง, ภูมิแพ้ต่างๆ, โรคมะเร็งบางชนิด, โรคไมเกรน ฯลฯ มีบางโรคที่รักษาให้หายขาด และ มีบางโรคที่ช่วยให้ทุเลาลงได้มาก หากใครสนใจติดต่อ เสถียรธรรมสถาน พี่สมบูรณ์ 08-4115-1114 ขอคำปรึกษาได้

วิธีการรักษาแบบธรรมชาติบำบัด

สิ่งที่ควรรู้ก่อน

1. การตากแดด ควรเป็นแสงแดดช่วงเวลาก่อน 9 โมงเช้า และหลัง 4 โมงเย็น

2. น้ำมะพร้าว คือ น้ำมะพร้าวสดแต่ไม่ต้องทานเนื้อ (ไม่ใช่มะพร้าวเผา) และต้องเป็นมะพร้าวที่ยังมีเปลือกสีเขียว เนื่องจากยังไม่ผ่านมาใช้สารฟอกเปลือกให้เป็นสีขาว

3. กินผลไม้สด (ไม่ควรแช่ตู้เย็น) คือ การกินผลไม้ 2 ชนิด โดยให้มีรสชาติเดียวกัน เช่น รสชาติหวานเหมือนกันทั้ง 2 อย่าง หรือเปรี้ยวทั้ง 2 อย่าง

4. น้ำหยวกกล้วย คือการนำหยวกกล้วยที่ผ่านการมีผลมาแล้ว นำมาสับ และปั่นแล้วคั่นน้ำออกมา

5. การออกกำลังกายที่ดี คือ การเดิน, การว่ายน้ำ และการเล่นโยคะ
ช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ก่อน 8 โมงเช้า และ 5 โมงเย็น ถึง 1 ทุ่ม และควรออกทุกวัน

การดำรงชีวิตประจำวัน

1. ตื่นนอนก่อนพระอาทิตย์ขึ้น หรือตื่นนอนก่อน 6 โมงเช้า

2. ดื่มน้ำมะพร้าวหรือน้ำผึ้ง

3. ไปนั่งถ่าย และแปรงฟันด้วยมือกับใบมะม่วงหรือผงสมุนไพร นวดเหงือกและฟันประมาณ 10 นาที

4. ชโลมน้ำมันงาหรือผงถั่วเขียว (แทนสบู่) ที่ศีรษะ, หน้า และร่างกาย หลังจากนั้นให้นวดศีรษะ, นวดหน้า (เป็นการนวดเป็นนวดขึ้น เพื่อทำให้หน้าตาเต่งตึง), นวดร่างกาย เช่น นวดท้อง และนวดหัวใจ พร้อมทั้งพูดคุยกับอวัยวะของตัวเอง ประมาณ 15-20 นาที แล้วนวดฝ่าเท้าประมาณ 15-20 นาที รอให้น้ำมันซึมเข้าผิว ประมาณ 15-20 นาทีแล้วค่อยล้างออก

5. กินอาหารเช้าประมาณ 8 โมง ควรเป็นผักหรือผลไม้

6. เวลาเที่ยง 12.00 น. ให้ทานอาหารมื้อหลัก

7. เวลา 6 โมงเย็น ให้หยุดกิจกรรมให้น้อยลง

8. อาหารเย็นควรเป็นผักและผลไม้ หรือน้ำผลไม้หรือน้ำมะพร้าว

9. ให้นอนประมาณ 4 ทุ่ม เนื่องจากเป็นช่วงเวลา ที่จะทำให้เราหลับง่ายที่สุด หากเลยเวลานี้ ร่างกายเราจะดึงพลังงาน แล้วทำให้เรานอนหลับยากขึ้น

การรับประทานอาหารที่ดี คือ ให้ทานผลไม้ 2 มื้อ คือมื้อเช้า และมื้อเย็น ทานอาหารหลัก 1 มื้อ คือ มื้อเที่ยง

วิธีการรักษาโรคแบบต่างๆ โดยวิธีธรรมชาติบำบัด

โรคปวดท้องประจำเดือน
วิธีรักษา วันแรกให้กินน้ำมะพร้าวและผลไม้ กินไปประมาณ 3-4 วัน ประมาณ 3 เดือน จะหายปวดท้อง และดีต่อการคลอด

โรคปวดหัว
วิธีรักษา ให้เอาน้ำเปล่าราดหัว ประมาณ 5 นาที

โรคสิว
วิธีรักษา ไม่ให้กินขนมปังเบเกอรี่, ของทอด, พวกน้ำมัน, อาหารเผ็ด, แป้งขัดสี, น้ำตาลทรายขาว ควรกินแต่ผัก, ผลไม้ และน้ำมะพร้าว

โรคปวดเมื่อย
วิธีรักษา ให้เอาผ้าเปียกมาคลุมบริเวณที่ปวดเมื่อย ประมาณ 1 ชม. (ไม่ให้เกินกว่านี้)

ผู้มีสุขภาพเรื้อรัง
วิธีรักษา 1.ให้กินน้ำหยวกกล้วยตอน 6.00 โมงเช้าประมาณ 1 เดือน หรือให้กินหยวกกล้วยสดก็ได้
2.ให้ตากแดดวันละ 1 ชม. ทั้ง เช้า 0.30 ชม.และเย็น 0.30 ชม.

โรคผิวหนัง
วิธีรักษา ใส่เสื้อผ้าที่ทำด้วยผ้าฝ้ายและไปตากแดด วันละ 2 ชม. เช้าและเย็น

โรคหัวใจ
วิธีรักษา ให้กินเจ และกินผลไม้ตอนเย็น ประมาณ 3 เดือน และไปตากแดดเช้า 1 ชม. และเย็น 1 ชม. กินน้ำเปล่า, น้ำมะพร้าว, น้ำผึ้ง หรือน้ำผลไม้ต่างๆ

โรคไมเกรน
วิธีรักษา ใช้น้ำราดศีรษะวันละ 5 ครั้ง ๆ ละ 5 นาที และกินผลไม้ทั้งวัน 3 มื้อ ประมาณ 1-2 วัน

คนสายตาสั้นหรือยาว
วิธีรักษา ให้บริหารสายตาด้วยการกรอกลูกตา
1. จากบนลงล่าง
2. จากขวาไปซ้าย
3. บนขวาไปเฉียงล่างซ้าย
4. บนซ้ายไปเฉียงล่างขวา
5. บน ซ้าย ล่าง ขวา
6. บน ขวา ล่าง ซ้าย
แล้วใช้น้ำมะพร้าวหยดตา รวมทั้งให้มองพระอาทิตย์ตอน 7 โมง และตอน 6 โมงเย็น และไม่ให้กินอาหารเย็น และให้กินผลไม้ , ผัก และน้ำมะพร้าว ประมาณ 2 อาทิตย์ อาการจะดีขึ้น

โรคเหน็บชา
วิธีรักษา ไปนั่งตากแดด เช้าเย็น และกินเจ

โรคเบาหวาน
วิธีรักษา กินผักสด 1-2 เดือน และหลังจากนั้น
หากอยากกินน้ำผลไม้ก็ได้

ความดันโลหิตสูง
วิธีรักษา เอาน้ำราดศีรษะ 5 ครั้งและกินผลไม้

โรคสะเก็ดเงิน
วิธีรักษา กินผลไม้ 2-3 เดือนและตากแดด

โรคคลอเรสเตอรอส
วิธีรักษา กินผักและผลไม้

โรคกระเพาะ
วิธีรักษา กินผักและผลไม้

โรคหวัด
วิธีรักษา กินแต่ผลไม้

ท้องเสีย
วิธีรักษา กินน้ำผลไม้และน้ำมะพร้าว และพักผ่อนเยอะๆ

โรคนอนไม่หลับ
วิธีรักษา ก่อนนอนให้ราดหัว ประมาณ 10 นาที

การเตรียมตัวตั้งครรภ์และการคลอดให้ราบรื่น

1. ให้กินผลไม้ 2 มื้อและอาหารเจ 1 มื้อ
2. การตากแดด ( เช้า-เย็น)
3. รักษาจิตใจ ให้มีความสุข
จะช่วยให้เด็กแข็งแรง และไม่ปวดท้องตอนคลอด
(คุณหมอให้คนไข้ของคุณหมอในประเทศอินเดียทำอย่างนี้)

การล้างสารพิษในผักและผลไม้
ใช้น้ำผสมเกลือเล็กน้อย แช่ผัก และผลไม้ทิ้งไว้ ประมาณ 1 ชม.

เยือนเย็น ทางเลือกของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย การรักษาแบบประคับประคอง
08/07/2026

เยือนเย็น ทางเลือกของผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย การรักษาแบบประคับประคอง

มะเร็งนี้แม้จะได้ชื่อว่าเป็นโรคที่น่ากลัวต่อคนในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะกับสังคมไทยที่มีสาเหตุการเสียชีว.....

อ่านฟรีก่อนรวมเล่มครับ ความยาวกว่า 500 หน้า ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อหนังสือนะ หนังสือเล่มนี้ผมตั้งใจเขียนเพื่อจะเป็นส่ว...
04/06/2026

อ่านฟรีก่อนรวมเล่มครับ ความยาวกว่า 500 หน้า ไม่จำเป็นต้องเสียเงินซื้อหนังสือนะ

หนังสือเล่มนี้ผมตั้งใจเขียนเพื่อจะเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันโรคทุกท่านไม่ให้ป่วย อยากรู้เรื่องอะไรกดอ่านเลยครับ
ไม่ต้องอ่านเรียงบท
ท่านใดอยากอ่านเป็นเล่ม อดใจรออีกนิดกำลังเตรียมพิมพ์รวมเล่มครับ

ก่อนจะป่วย!
คัมภีร์เวชศาสตร์วิถีชีวิตเพื่อสุขภาพยั่งยืน

คำนิยม
รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง https://www.facebook.com/share/p/1JDeE9qzbG/
รศ.ดร.นพ.ภูดิท เตชาติวัฒน์
https://www.facebook.com/share/p/1KntbMCaUd/
นพ.วัชรา ทรัพย์สุวรรณ
https://www.facebook.com/share/p/1CnSd72Ncv/
คำนำ จากห้องผ่าตัด สู่วิถีชีวิต
https://www.facebook.com/share/p/1HSMwLsxcU/
บทนำ โรคที่คุณกลัว ส่วนใหญ่ไม่ได้มาโดยบังเอิญ
วิธีใช้หนังสือเล่มนี้
https://www.facebook.com/share/p/1Xtmj6QN5Y/

ภาค 1 รากฐาน เข้าใจร่างกายตัวเอง
บทที่ 1 ร่างกายคุณฉลาดกว่าที่คิด https://www.facebook.com/share/p/1LZm3aAqCM/
https://www.facebook.com/share/p/18knB8hcG3/
บทที่ 2 อักเสบเรื้อรัง: ต้นตอของโรคทั้งหมด
https://www.facebook.com/share/p/1BLYtaZfUb/
บทที่ 3 จุลินทรีย์ในลำไส้: แพทย์ที่อยู่กับคุณตลอด 24 ชั่วโมง
https://www.facebook.com/share/p/1B8d41xr84/

ภาค 2 เสาหลักที่ 1 โภชนาการ
บทที่ 4 อาหารเป็นยา: หลักฐานทางคลินิกที่คุณต้องรู้
https://www.facebook.com/share/p/18qmi8gQJY/
บทที่ 5 น้ำตาล ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต: ข้อเท็จจริงที่คุณเคยเข้าใจผิด
https://www.facebook.com/share/p/18wLWvgVCM/
บทที่ 6 Intermittent Fasting และ Time-Restricted Eating
https://www.facebook.com/share/p/1GqEkqFPsE/
บทที่ 7 อาหารเสริม: อะไรมีประโยชน์จริง อะไรเสียเงินเปล่าและทำไมคนไทยถึงโดนหลอกบ่อยมาก
https://www.facebook.com/share/p/1H49KTLPZH/

ภาค 3 เสาหลักที่ 2 การออกกำลังกาย
บทที่ 8 ยาที่ดีที่สุดในโลกคือการออกกำลังกาย
https://www.facebook.com/share/p/1Dwik3MUP8/
บทที่ 9 Resistance Training: กล้ามเนื้อคือยาอายุวัฒนะ
https://www.facebook.com/share/p/1EMcCyuCNt/
บทที่ 10 Aerobic Exercise และ HIIT: ออกน้อยแต่ได้มาก
https://www.facebook.com/share/p/1QtRvoqfN4/
บทที่ 11 Exercise Prescription: ออกกำลังกายให้ถูกโรค
https://www.facebook.com/share/p/1CxQXFzdz6/

ภาค 4 เสาหลักที่ 3 การนอนหลับ
บทที่ 12 นอนน้อย = แก่เร็ว ป่วยเร็ว ตายเร็ว
https://www.facebook.com/share/p/1HckqaUj5U/
บทที่ 13 Sleep Hygiene: คู่มือนอนหลับให้ดีโดยไม่ต้องพึ่งยา
https://www.facebook.com/share/p/18XtRqvV8k/
บทที่ 14 Sleep Apnea: โรคนอนที่คุณอาจไม่รู้ว่าตัวเองมี
https://www.facebook.com/share/p/18rjv5SMHn/

ภาค 5 เสาหลักที่ 4 การจัดการความเครียด
บทที่ 15 Cortisol: ฮอร์โมนที่ฆ่าคุณช้า ๆ ถ้าไม่จัดการ
https://www.facebook.com/share/p/1RXEX1Ys4s/
บทที่ 16 Mindfulness และ Meditation: หลักฐานทางคลินิกไม่ใช่แค่แฟชั่น
https://www.facebook.com/share/p/1CjqvGbrMA/
บทที่ 17 จิตวิทยาเชิงบวกและการมีเป้าหมายชีวิต
https://www.facebook.com/share/p/1BMnPZpabL/

ภาค 6 เสาหลักที่ 5 การเลิกสารเสพติด
บทที่ 18 บุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า: ไม่มีระดับที่ปลอดภัย
https://www.facebook.com/share/p/1CmQER74MH/
บทที่ 19 แอลกอฮอล์: “ดื่มพอดีดีต่อสุขภาพ” จริงหรือ?
https://www.facebook.com/share/p/195ZCmosoX/

ภาค 7 เสาหลักที่ 6 ความสัมพันธ์ทางสังคม
บทที่ 20 ความเหงาฆ่าคนได้: วิทยาศาสตร์ของความสัมพันธ์
https://www.facebook.com/share/p/18r8uVewiS/
บทที่ 21 วัตถุประสงค์ชีวิต ความหมาย และ Spirituality
https://www.facebook.com/share/p/1NSiZJbApv/

ภาค 8 การประยุกต์ใช้กับโรคเฉพาะ
บทที่ 22 ความดันโลหิตสูง: ลดยาได้ด้วยวิถีชีวิต
https://www.facebook.com/share/p/1CcD9ntC62/
บทที่ 23 เบาหวานชนิดที่ 2: กลับมาได้ถ้าตั้งใจจริง
https://www.facebook.com/share/p/1BScSem6dP/
บทที่ 24 ไขมันในเลือดสูงและหลอดเลือดแดงแข็ง: แก้ได้ก่อนหัวใจวาย
https://www.facebook.com/share/p/1D9xYj9RT8/
บทที่ 25 โรคหัวใจขาดเลือด: วิถีชีวิตก่อนและหลังกล้ามเนื้อหัวใจตาย
https://www.facebook.com/share/p/18fGvTEXbN/
บทที่ 26 Stroke และหลอดเลือดสมอง: ป้องกันได้ก่อนจะสาย
https://www.facebook.com/share/p/1ENDMYReMj/
บทที่ 27 ไขมันพอกตับ (MASLD): โรคเงียบที่แก้ได้ด้วยอาหาร
https://www.facebook.com/share/p/1FQ7r7ABGA/
บทที่ 28 ไตวายเรื้อรัง (CKD): ชะลอความเสื่อมด้วยวิถีชีวิต
https://www.facebook.com/share/p/1C1thv7JCY/
บทที่ 29 สมองเสื่อม: ป้องกันได้ก่อนอาการจะมา
บทที่ 30 การคัดกรองมะเร็ง: ตรวจก่อน รู้ก่อน รอดก่อน
บทที่ 31 มะเร็ง: วิถีชีวิตก่อนและหลังการรักษา
บทที่ 32 กระดูกและข้อ: ชะลอความเสื่อมด้วยตนเอง

ภาค 9 Longevity — วิทยาศาสตร์แห่งการอายุยืน

บทที่ 33 Hallmarks of Aging: ทำไมเราถึงแก่ และทำไมบางคนแก่ช้ากว่า
บทที่ 34 Longevity Therapeutics: อนาคตของการยืดอายุ
บทที่ 35 Blueprint ชีวิตที่มีสุขภาพดี: แผน 12 เดือนสำหรับคุณ

ภาคพิเศษ ก่อนจะตาย
https://www.facebook.com/share/p/183UvPBC1Z/

✴️ รู้จัก “ยาหอม 4 ตำรับ” เลือกกินเลือกใช้อย่างไร?“ยาหอม” ถือเป็นเอกลักษณ์ด้านยาสมุนไพรของไทย มีการใช้มายาวนานยาหอมใช้เป...
24/03/2026

✴️ รู้จัก “ยาหอม 4 ตำรับ” เลือกกินเลือกใช้อย่างไร?

“ยาหอม” ถือเป็นเอกลักษณ์ด้านยาสมุนไพรของไทย มีการใช้มายาวนานยาหอมใช้เป็นยาบำรุงหัวใจ ซึ่งในทางการแพทย์แผนไทย หมายถึง ยาปรับการทำงานของลมที่เคลื่อนไหวทั่วร่างกาย ซึ่งส่งผลต่อจิตใจ อารมณ์ความรู้สึก

การหมุนเวียนของเลือด เรียกรวมกันว่า ลมกองละเอียด ยาหอมบางชนิดนอกจากใช้บำรุงหัวใจแล้ว ยังใช้สำหรับแก้ไขปัญหาที่เกิดจากลมกองหยาบ ซึ่งหมายถึง ลมที่อยู่ภายในทางเดินอาหาร ที่ทำให้เกิดอาการจุกเสียดอีกด้วย ดังนั้น การตั้งตำรับยาหอมจึงต้องประกอบด้วยสมุนไพรจำนวนมากเพื่อปรับการทำงานของธาตุลม ไฟ และน้ำให้เข้าสู่สมดุลย์

โดยทั่วไปแล้วยาหอม จะประกอบด้วย...
1️⃣ยาพื้นฐาน เป็นสมุนไพรที่มีกลิ่นหอม ส่วนใหญ่มีรสสุขุม คือ ไม่ร้อนหรือเย็นเกินไป ได้แก่ โกฐทั้ง ๕ เทียนทั้ง ๕ กฤษณา ขอนดอก กระลำพัก อบเชย
2️⃣สมุนไพรเพิ่มการทำงานของธาตุลม เป็นตัวยารสร้อนหรือรสเผ็ดร้อน เช่น สมุลแว้ง สนเทศ ว่านน้ำ กระชาย เปราะหอม เป็นต้น
3️⃣ยาปรับธาตุ ซึ่งมักนำมาจากพิกัดเบญจกูล (สะค้าน ช้าพลู ขิง ดีปลี เจตมูลเพลิงแดง) หรือพิกัดตรีผลา (สมอพิเภก สมอไทย มะขามป้อม)
4️⃣ส่วนประกอบ ที่ใส่เฉพาะตำรับ เพื่อใช้เฉพาะอาการต่างๆ เช่น ยาหอมทั้งสี่ตำรับ ที่ให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ตามอาการที่ต้องการดูแล ได้แก่…

👉🏻 ยาหอมเทพจิตร
สรรพคุณ : แก้ลมตีขึ้นบนหัว วิงเวียน หน้ามืดตาลาย ใจสั่น หนักๆ มึนๆ ในหัว บำรุงหัวใจ คลายเครียด ช่วยการนอนหลับ

ขนาดรับประทาน : ครั้งละ 1/2 - 1 ช้อนชา ละลายน้ำอุ่น รับประทานทุก 3 - 4 ชั่วโมง หรือเมื่อมีอาการ ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง

🔻ข้อควรระวัง :
- ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด
- ควรระวังในการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของตับ ไต เนื่องจากอาจเกิดการสะสมของการบูรและเกิดพิษได้
- ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้

👉🏻 ยาหอมทิพโอสถ
สรรพคุณ : แก้ลมในอก จุกเสียด ลมจุกคอ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หงุดหงิดก่อนมีประจำเดือน ทำให้รู้สึกสดชื่น

ขนาดรับประทาน : ครั้งละ 1/2 - 1 ช้อนชา ละลายน้ำดอกไม้เทศหรือน้ำต้มสุก รับประทานทุก 3 - 4 ชั่วโมง หรือเมื่อมีอาการ

👉🏻 ยาหอมนวโกฐ
สรรพคุณ : แก้ลมในท้อง ท้องอืดเฟ้อ เรอบ่อย พะอืดพะอม ท้องผูก คลื่นเหียน อาเจียน ลมปลายไข้ ปรับสมดุลธาตุลม ท้องไส้ ช่วยการนอนหลับ

น้ำกระสายยาที่ใช้
- แก้ลมคลื่นเหียน อาเจียน ใช้น้ำลูกผักชีเทียนดำต้ม
- แก้ลมปลายไข้ ใช้ก้านสะเดา ลูกกระดอม และบอระเพ็ดต้มเอาน้ำ ถ้าหาน้ำกระสายยาไม่ได้ ใช้น้ำสุกแทน
ขนาดรับประทาน : ครั้งละ 1/2 - 1 ช้อนชา ละลายน้ำกระสายยาทุก 3 ชั่วโมง

🔻ข้อห้ามใช้ : ยาหอมนวโกฐ ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีไข้
🔻ข้อควรระวัง
- ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด
- ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้

👉🏻ยาหอมอินทจักร์
สรรพคุณ : แก้ลมบาดทะจิต แก้คลื่นเหียนอาเจียน แก้ลมจุกเสียด จิตใจไม่สงบ กระวนกระวาย (อาการไม่สบายตัวร้อนๆ หนาวๆ)

ขนาดรับประทาน : รับประทานครั้งละ 1-2 กรัมละลายน้ำกระสายยาทุก 3 - 4 ชั่วโมง ไม่ควรเกินวันละ 3 ครั้ง

น้ำกระสายยาที่ใช้
- กรณีแก้ลมบาดทะจิต ใช้น้ำดอกมะลิ
- กรณีแก้คลื่นเหียนอาเจียน ใช้น้ำลูกผักชีเทียนดำต้ม ถ้าไม่มีใช้น้ำสุก
- กรณีแก้ลมจุกเสียด ใช้น้ำขิงต้ม

🔻ข้อห้ามใช้ : ห้ามใช้ในหญิงตั้งครรภ์
🔻ข้อควรระวัง
- ควรระวังการรับประทานร่วมกับยาในกลุ่มสารกันเลือดเป็นลิ่ม และยาต้านการจับตัวของเกล็ดเลือด
- ควรระวังการใช้ยาในผู้ป่วยที่แพ้ละอองเกสรดอกไม้

📌สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถาม ปรึกษายาได้ที่ไลน์คลินิกแพทย์แผนไทยออนไลน์ https://lin.ee/47PRVjiFz

Cr. ภาพจาก https://pharmacy.mahidol.ac.th

#ยาหอม #ยาหอมทิพโอสถ #ยาหอมเทพจิตร #ยาหอมอินทจักร #ยาหอมนวโกฐ #ยาหอมอภัยภูเบศร #สมุนไพรอภัยภูเบศร #อภัยภูเบศร

20/02/2026

"ของแพงส่วนใหญ่ไม่เวิร์ค"
Biohacker ที่เผาเงินไปแล้ว 70 ล้าน
กลับพูดแบบนี้...
เฮียแกเลิกทำ plasma, เลิกฉีด stem cell
ทำเฉพาะ "สิ่งที่ได้ผลจริงๆ"
พี่ท๊อป บินไปเจอ ถึงเซี่ยงไฮ
ทำคลิปไว้ -โคตรดี-
กอล์ฟทำสรุป มาให้แล้ว
อ่านจบรู้เรื่องใน 5 นาที
"ไม่ต้องบินไปเอง ไม่ต้องเผาเงินลองเอง"
----------------------------------------
{🗝 1} "ของแพง = ข้ออ้างคนขี้เกียจ"
"Expensive stuff is an excuse for lazy people"
Bryan บอก...
สิ่งที่เวิร์คจริงมีแค่ "6+3"
> 6 อย่าง ฟรี 0 บาท
> 3 อย่างไม่ฟรี แต่ต้องทำให้ถูก
🔴อย่าคิดว่า:
ของแพง = ดีกว่าเสมอ
(Bryan พิสูจน์ด้วยเงิน 70 ล้านแล้วว่า "ไม่จริง")
Point: ถ้ายังทำ "ของฟรี" ไม่ครบ
อย่าเพิ่งไปเสียเงิน กับของแพง
----------------------------------------
{🗝 2} "6 Power Laws" ฟรี 0 บาท
Sleep
ไม่ใช่แค่ "นอนเยอะ" ต้อง "นอนถูก"
ใช้ กฎ 4-2-1 (เริ่มต้น):
- 4 ชม.ก่อนนอน > หยุดกินอาหาร
- 2 ชม.ก่อนนอน > หยุดดื่มน้ำ
- 1 ชม.ก่อนนอน > หยุด Blue Light
🔴 สิ่งที่คนไม่รู้:
Consistency สำคัญกว่าชั่วโมง
นอน 8 ชม. แต่นอนไม่เป็นเวลา
แพ้... นอน 7 ชม. เวลาเดิมทุกวัน
ห้องนอน: มืดที่สุด เย็นที่สุด
เป้าหมาย: Resting Heart Rate ต่ำที่สุด
(ของ Bryan ลงไปถึง 39 bpm )
------------
Diet
"Food is information"
ทุกอย่างที่กินเข้าไป = coding ร่างกาย real-time
ตัดออก: แป้ง, น้ำตาล, นมวัว, UPF
(ทุกอย่างนี้ = inflammation = บ่อเกิดทุกโรค)
ให้ทำ IF : เวลาหยุดกิน > เวลากิน
------------
Exercise
"Muscle is the currency of aging"
กล้ามเนื้อ คือ สกุลเงินของการแก่ตัว
หลังอายุ 30 > สูญเสียกล้ามเนื้อ 1% ทุกปี
หลังอายุ 50 > สูญเสีย 2% ทุกปี
🟢 ยกแบบ Hypertrophy (7-8 ครั้งจนไม่ไหว)
🟢 HIIT สำหรับ VO2 Max
🔴 อย่ายก 50 ครั้ง/เซต น้ำหนักเบาๆ (เสียเวลา)
------------
Movement + Hydration
ขยับเคลื่อนไหวตลอดทั้งวัน + ดื่มน้ำเยอะๆ
Bryan ดื่มน้ำเยอะกว่าคนทั่วไปมาก
(แค่อย่าดื่มก่อนนอน > กฎ 4-2-1)
------------
Purpose
ตื่นมาทุกวัน รู้ว่าเป้าหมายชีวิตคืออะไร
มี community ที่ click กัน ดูแลกัน
------------
ลดสารเคมีเข้าร่างกาย
"อะไรที่กินไม่ได้ ก็อย่าทาบนผิวหนัง"
------------
Point: 6 อย่างนี้ ฟรีทั้งหมด
ทำครบ 6 ข้อ
ชนะคนทั่วไป 95% แล้ว โดยไม่ต้องเสียสักบาท
----------------------------------------
{🗝 3} "3 Treatments" ที่เวิร์คจริง
ข้อนี้ -โครตสำคัญ-
"รู้ว่าอะไรดี" ยังไม่พอ
ต้องทำให้ถูก "Spec" ด้วย
Bryan ลองมาให้แล้ว นี่คือ Spec ที่ถูกต้อง:
------------
Sauna
ลดการเสียชีวิต จากทุกสาเหตุ 40%
Spec:
- อุณหภูมิ: 97°C
- เวลา: 20 นาที
- ความถี่: 5-7 วัน/สัปดาห์ ยิ่งเยอะยิ่งดี
- ช่วงเย็นเท่านั้น
- อย่าเกินวันละ 1 ครั้ง
------------
Red Light Therapy
Spec:
- ต้องเป็น Red + Near Infrared (NIR)
- Wavelength: 600-800 nm
- เวลา: 6 นาที/วัน
- ความเข้ม: 4 joules/cm^2
------------
Hyperbaric Oxygen Chamber
Spec :
- ปีละ 1 รอบ
- 1 รอบ = 60 sessions ใน 90 วัน
- 1 session = 90 นาที
- Pressure: 2 ATA
------------
Point: Treatment ถูกตัว แต่ผิด Spec = เสียเงินฟรี
"จำ Spec ให้ได้ ก่อนจ่ายเงิน"
----------------------------------------
⛅️ สรุปแบบจริงใจ:
Bryan ใช้เงิน 70 ล้าน
พี่ท๊อปใช้ไป 10 ล้าน
ทั้งคู่บอกตรงกันว่า...
"สิ่งที่เวิร์คจริงๆ คือ 6+3 เท่านั้น"
เขาเอาร่างกายและเงินไปเสี่ยงให้เราแล้ว
ไม่ต้องลองผิดลองถูกเอง
หลายข้อ กอล์ฟยังไม่ได้ลอง
และ ไม่ต้องเสียเงิน
แต่ก็มีหลายข้อ ที่ทำตามอยู่....
แล้วเปลี่ยนชีวิตจริงๆ
เพื่อนๆ เคยลองข้อไหน ได้ผลยังไง...
แชร์ผมบ้างนะครับ อยากรู้ 555 😁
ขอให้เพื่อนๆทุกคน สุขภาพดี อายุยืน ไปด้วยกัน
สวัสดีครับ ❤️

14/01/2026

"ตารางกิจวัตร 7 วัน เพื่อฟื้นฟูธาตุด้วยเภสัช 5" ที่ผสมผสานหลักการอายุรเวทและแนวทางพุทธศาสนา เพื่อให้ร่างกายสะอาดและสมดุลที่สุด

📅 ตารางฟื้นฟูธาตุ 7 วัน (The 7-Day Essence Detox)
ระยะที่ 1: เตรียมระบบย่อย (วันที่ 1 - 2)
เน้นการปรับอาหารเพื่อให้ไฟธาตุ (Agni) ทำงานได้ดีขึ้น
* เช้า (ท้องว่าง): ดื่มน้ำอุ่นผสม มธุ (น้ำผึ้ง) 1 ช้อนชา และมะนาวครึ่งซีก เพื่อล้างเมือกมันในลำไส้
* อาหารกลางวัน/เย็น: ทานอาหารย่อยง่าย เช่น ข้าวต้ม หรือคิชารี งดเนื้อสัตว์และของทอด
* ก่อนนอน: ดื่มน้ำอุ่นผสม ผาณิต (น้ำตาลอ้อย/น้ำตาลปึก) เล็กน้อย เพื่อช่วยให้หลับสบายและบำรุงเลือด
ระยะที่ 2: ดื่มเนยใสชำระพิษลึก (วันที่ 3 - 5)
ช่วงสำคัญที่สุด: การใช้ "สัปปิ" (เนยใส) ดึงสารพิษออกจากเนื้อเยื่อ
* 06:00 น. (ท้องว่าง): ดื่ม สัปปิ (เนยใส) ละลายอุ่นๆ
* วันที่ 3: 1-2 ช้อนโต๊ะ
* วันที่ 4: 2-3 ช้อนโต๊ะ
* วันที่ 5: 3-4 ช้อนโต๊ะ (ตามความไหว)
* หลังดื่มเสร็จให้จิบน้ำอุ่นบ่อยๆ และห้ามทานอาหารจนกว่าจะหิวจริงๆ (มักเป็นมื้อเที่ยง)
* ระหว่างวัน: หากรู้สึกอ่อนเพลีย ให้จิบน้ำผสม ผาณิต เพื่อเติมพลังงาน
* เย็น: ใช้ เตละ (น้ำมันงา) นวดเบาๆ ตามข้อต่อและท้อง เพื่อช่วยให้ลมในร่างกายไหลเวียนดี
ระยะที่ 3: วันแห่งการระบายและพักฟื้น (วันที่ 6 - 7)
* วันที่ 6 (วันขับพิษ):
* เช้า: ทานยาระบายอ่อนๆ (เช่น น้ำมันละหุ่ง หรือสมุนไพรตรีผลา) เพื่อขับสิ่งที่เนยใสไปจับมาให้ออกไปจากร่างกาย
* อาหาร: ทานเพียงน้ำข้าวต้มใสๆ และจิบน้ำอุ่นผสม มธุ
* วันที่ 7 (วันฟื้นฟู):
* เริ่มมื้อเช้าด้วย นวณีตะ (เนยสด) ทาบนขนมปังโฮลวีตอุ่นๆ หรือผสมในข้าวต้ม เพื่อบำรุงกำลังที่เสียไป
* เน้นการพักผ่อน ทำสมาธิ เพื่อให้จิตใจสงบตามหลักพุทธศาสนา
💡 สรุปการใช้ "เภสัช 5" ในตารางนี้:
* สัปปิ (เนยใส): เป็นตัวหลักในการ "ดึง" สารพิษจากเนื้อเยื่อลึกๆ (วันที่ 3-5)
* นวณีตะ (เนยสด): ใช้ "บำรุง" คืนพลังงานในวันสุดท้าย (วันที่ 7)
* เตละ (น้ำมัน): ใช้ "คลาย" เส้นเอ็นและลมที่ติดขัดผ่านการนวด (วันที่ 3-5)
* มธุ (น้ำผึ้ง): ใช้ "กวาด" เมือกมันและเป็นตัวนำยา (วันที่ 1-2 และ 6)
* ผาณิต (น้ำตาลอ้อย): ใช้ "พยุง" กำลังไม่ให้ร่างกายล้าเกินไป (ตลอด 7 วัน)
📚 ข้อแนะนำเพิ่มเติม (Safety First)
* น้ำอุ่นคือหัวใจ: ตลอด 7 วันนี้ ควรดื่มเฉพาะน้ำอุ่น เพื่อให้ไขมันในเภสัช 5 ไม่จับตัวเป็นก้อนในร่างกาย
* การฟังเสียงร่างกาย: หากวันไหนรู้สึกคลื่นไส้มากเกินไป ให้ลดปริมาณเนยใสลง ไม่ต้องฝืนครับ
* ข้อมูลอ้างอิง: อ้างอิงตามขั้นตอน Snehana-Virechana ในคัมภีร์อายุรเวท และการใช้เภสัช 5 ตาม พระวินัยปิฎก เล่ม 5

🌌ความย้อนแย้งแห่งการดำรงอยู่: พลังงานในรูปลักษณ์การดำรงอยู่ของมนุษย์คือการใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความย้อนแย้ง (Paradox):เรา...
09/01/2026

🌌ความย้อนแย้งแห่งการดำรงอยู่: พลังงานในรูปลักษณ์

การดำรงอยู่ของมนุษย์คือการใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความย้อนแย้ง (Paradox):
เราคือจักรวาลที่กำลังสำแดงตัวตนออกมา และในขณะเดียวกัน เราก็เป็นเพียงเส้นด้ายเส้นหนึ่งในโครงสร้างอันไพศาลนั้น
➡️ไร้ขีดจำกัด แต่ถูกกักขัง
➡️เป็นนิรันดร์ แต่ถูกจำกัดด้วยสถานที่
เป็นทั้ง "คลื่น" และ "อนุภาค" เป็นทั้ง "มหาสมุทร" และ "หยดน้ำ"

ในระดับพื้นฐานที่สุด เราไม่ใช่สสารที่แข็งเกร็ง แต่เราคือ "การเคลื่อนที่" — รูปแบบของแรงสั่นสะเทือนที่จัดระเบียบตัวเองจนกลายเป็นรูปทรงที่มองเห็นได้ ฟิสิกส์แสดงให้เราเห็นว่า ภายใต้ทุกๆ อะตอมคือการร่ายรำของสนามพลังงานที่กวัดแกว่งไปมา ปฏิสัมพันธ์กันผ่านความถี่และการพ้องความหมาย (Resonance) สิ่งที่เราเรียกว่า "ร่างกาย" แท้จริงแล้วคือ "พลังงานที่เคลื่อนที่ช้าลงจนมากพอที่จะมองเห็นได้ด้วยตา"

เราคือตัวตนในระดับควอนตัม ซึ่งหมายความว่าสิ่งที่ดูเหมือนจะแยกขาดจากกัน แท้จริงแล้วถูก "พัวพัน" (Entangled) กันอยู่ลึกๆ เสมอ

#จักรวาลที่พับงออยู่ภายใน
ฟิสิกส์สมัยใหม่เผยให้เห็นว่าทุกสรรพสิ่ง ตั้งแต่กาแล็กซีไปจนถึงความคิด ล้วนมีรากฐานเดียวกัน นั่นคือ "แรงสั่นสะเทือน"

👉นิโกลา เทสลา (Nikola Tesla) หยั่งรู้เรื่องนี้ก่อนที่ทฤษฎีควอนตัมจะมีภาษามาอธิบายเสียอีก สำหรับเขา จักรวาลไม่ใช่การสะสมของสิ่งของต่างๆ แต่เป็นความต่อเนื่องของความถี่ — เป็นวงออร์เคสตราของพลังงานที่บรรเลงตัวเองออกมาเป็นรูปลักษณ์ที่นับไม่ถ้วน เมื่อเขากล่าวว่า "หากคุณต้องการค้นหาความลับของจักรวาล ให้คิดในแง่ของพลังงาน ความถี่ และแรงสั่นสะเทือน" เขาไม่ได้หมายถึงแค่ไฟฟ้า แต่เขาหมายถึง "จิตสำนึก"

ทุกสิ่งที่เรารับรู้ว่าเป็น "สิ่งภายนอก" (เสียง แสง สี สสาร) คือการที่แรงสั่นสะเทือนมาบรรจบกับความตระหนักรู้ของเรา
"ความจริงคือแรงสั่นสะเทือนที่ถูกแปลผลผ่านประสาทสัมผัส" เช่นเดียวกับที่ดนตรีคือแรงสั่นสะเทือนที่ถูกแปลผลผ่านหู
เราไม่ได้ยืนอยู่ในจักรวาล แต่จักรวาลกำลังเคลื่อนที่ผ่านเรา

#ความถี่คืออัตลักษณ์
สิ่งมีชีวิตทุกชนิดแผ่ "ความถี่เฉพาะตัว" (Signature Frequency) ออกมา — เป็นรูปแบบคลื่นที่ไม่ซ้ำใครที่ประกอบขึ้นจากอารมณ์ ความคิด และชีววิทยา
ความถี่นี้ไม่คงที่ แต่มันจะเปลี่ยนไปตามสภาวะจิตใจ ท่าทาง ลมหายใจ และความเชื่อ
* เมื่อเรารู้สึกสงบ: สนามแม่เหล็กไฟฟ้าของเราจะเป็นระเบียบ สอดประสาน และเป็นจังหวะ
* เมื่อเรารู้สึกกลัว: มันจะแตกกระจาย เกิดเป็นสัญญาณรบกวนในตัวเรา

การเปลี่ยนชีวิตของคุณ คือการเปลี่ยนความถี่ของคุณ
การยกระดับจิตสำนึก คือการปรับจูนเครื่องดนตรีแห่งตัวตนของคุณให้เข้ากับแรงสั่นสะเทือนที่ละเอียดอ่อนยิ่งขึ้น
"นี่ไม่ใช่อุปมาอุปไมย แต่มันคือปรากฏการณ์ทางแม่เหล็กไฟฟ้าจริงๆ"
หัวใจของเรานั้นวัดผลได้... มันคือเครื่องกำเนิดสนามพลังงานที่แข็งแกร่งที่สุดในร่างกาย และมันแผ่กระจายจังหวะออกไปยังพื้นที่รอบตัวอย่างแท้จริง

#ความพัวพันของตัวตน
ปรากฏการณ์ความพัวพันทางควอนตัม (Quantum Entanglement) ชี้ให้เห็นว่าอนุภาคสองตัว เมื่อเชื่อมต่อกันแล้ว จะยังคงผูกพันกันไม่ว่าจะอยู่ห่างกันเพียงใด โดยมีอิทธิพลต่อกันในทันที
นี่ไม่ใช่แค่ปรากฏการณ์ในห้องแล็บ แต่มันคือภาพสะท้อนของจิตสำนึก
หากทุกสรรพสิ่งเกิดขึ้นจากสนามพลังงานเดียวกัน ก็ไม่มีสิ่งใดที่แยกจากกันอย่างแท้จริง
ความคิดของคุณกระเพื่อมผ่านสนามนั้นเหมือนเสียงที่เคลื่อนผ่านอากาศ — มองไม่เห็น แต่รู้สึกได้ เราสัมผัสสิ่งนี้ได้เมื่อเรานึกถึงใครบางคนแล้วเขาส่งข้อความมาหา หรือเมื่ออารมณ์ความรู้สึกแผ่ซ่านไปทั่วห้องก่อนที่จะมีคำพูดใดๆ หลุดออกมา

#การทดลองความถี่ของมนุษย์
คุณเป็นทั้ง "เครื่องส่ง" และ "เครื่องรับ"
ความตระหนักรู้ของคุณกำหนดความยาวคลื่นที่คุณแผ่ออกไป และอารมณ์ของคุณกำหนดว่าความถี่ใดที่คุณจะสามารถรับรู้ได้
* เมื่อคุณทำให้จิตใจสงบ คุณจะขยายแถบความถี่ (Bandwidth) ของคุณให้กว้างขึ้น
* เมื่อคุณจัดความคิด อารมณ์ และร่างกายให้ตรงกัน คุณจะขยายพลังในการส่งสัญญาณของคุณ

และเมื่อคุณดำรงอยู่ใน "ความสอดประสาน" (Coherence) คุณจะกลายเป็นหนึ่งเดียวกับสนามพลังงานนั้น ชีวิตจะเริ่มตอบสนองอย่างพ้องจอง (Synchrony) เหมือนกับส้อมเสียงที่ถูกถือไว้ใกล้กับส้อมเสียงอีกอันที่มีระดับเสียงเดียวกัน มันจะเริ่มสั่นสะเทือนโดยไม่ต้องถูกเคาะ — "พลังงานค้นพบตัวเองผ่านพื้นที่ว่าง"
จักรวาลก็ตอบสนองต่อ "ตัวโน้ตภายใน" ของคุณเช่นกัน

#ปริศนาแห่งการเป็นหนึ่งและเป็นส่วน
เราคือจักรวาลที่กำลังทำความรู้จักตัวเอง ทว่าเราสัมผัสความรู้นั้นผ่านเลนส์ของ "ความเป็นปัจเจก"
นี่คือความย้อนแย้งที่งดงาม:
➡️คือการเป็นหนึ่งเดียวกับทุกสรรพสิ่ง ในขณะที่ยังคงได้ลิ้มรสความพิเศษของการเป็น "คุณ"

คุณไม่ได้ทำมาจากละอองดาวเท่านั้น แต่คุณคือ "แรงสั่นสะเทือน" ที่ยึดเหนี่ยวดวงดาวเหล่านั้นไว้ด้วยกัน
พลังงาน ความถี่ และแรงสั่นสะเทือน ไม่ใช่แค่กลไกของจักรวาล — แต่คือภาษาที่การดำรงอยู่ใช้สนทนากับตัวเอง

พีระมิดอาหารฉบับใหม่ 2026 ฉบับหมอเจดจากกินตามหมวดหมู่ สู่ กินอาหารจริง ลดอาหารแปรรูปกินง่าย ทำได้จริง เพื่อสุขภาพดีที่ยั...
09/01/2026

พีระมิดอาหารฉบับใหม่ 2026 ฉบับหมอเจด
จากกินตามหมวดหมู่ สู่ กินอาหารจริง ลดอาหารแปรรูป
กินง่าย ทำได้จริง เพื่อสุขภาพดีที่ยั่งยืน
แนวทางโภชนาการฉบับใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ภาพพีระมิด
แต่ปรับเปลี่ยนการกินทั้งระบบ
จากเดิมที่ให้ความสำคัญกับสัดส่วนสารอาหาร (คาร์บ–โปรตีน–ไขมัน)
แต่ปรับใหม่ให้เข้ากับการกิน
“เลือกอาหารใกล้เคียงธรรมชาติ
ลดการอาหารแปรรูป และเลือกอาหารที่มีคุณค่าของจานอาหาร”
และนี่คือ 20 ข้อสำคัญ
พร้อมแนวทางปรับใช้ในชีวิตแบบทำได้จริง

1) เน้น “อาหารจริง” มากกว่า “อาหารสำเร็จรูป”

หัวใจของแนวทางใหม่คือ
ให้เลือกอาหารที่ผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่สุด

เช่น
ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไข่ ปลา ถั่ว ธัญพืชเต็มเมล็ด

แทนอาหารที่
• เติมรส
• เติมน้ำตาล
• เติมไขมัน
• เติมสารแต่ง

คำแนะนำสำหรับคนไทย
✔ เลือกกับข้าวปรุงสดมากกว่าอาหารสำเร็จรูป
✔ ลดอาหารถุง / อาหารแช่แข็งพร้อมทาน
✔ กลับมากิน “ข้าวกับกับข้าว” แบบบ้าน ๆ



2) โปรตีนมีบทบาทสำคัญทุกมื้อ

แนวทางใหม่ให้ความสำคัญกับ
• โปรตีนคุณภาพดี
• โปรตีนหลากหลายแหล่ง
• โปรตีนช่วยอิ่ม & คุมคาร์บ

ไม่ได้หมายถึงต้องกินโปรตีนสูงสุดโต่ง
แต่คือ “อย่าให้ขาด”

เหมาะกับคนที่
• น้ำตาลสูง
• ไขมันสูง
• ลดน้ำหนักยาก

คำแนะนำสำหรับคนไทย
✔ ทุกมื้อควรมีโปรตีน 1 อย่างขึ้นไป
✔ เลือกปลา ไข่ เต้าหู้ ไก่ไม่ติดหนัง หมูไม่ติดมัน
✔ มื้อเช้าอย่าเป็นขนมปัง + กาแฟหวาน อย่างเดียว



3) ผักและผลไม้ยังเป็นแกนหลักเหมือนเดิม

ไม่ได้ลดความสำคัญของผักผลไม้
แต่เน้น
• หลากสี
• หลากชนิด
• ปริมาณเพียงพอ

เพื่อลดความเสี่ยงโรคเรื้อรัง

คำแนะนำสำหรับคนไทย
✔ ตั้งเป้าผัก 2 กำมือ / มื้อ
✔ ใช้วิธีกินผักก่อนข้าว
✔ เพิ่มผักในก๋วยเตี๋ยว–ข้าวราดแกง ไม่ต้องเลี่ยงคาร์บสุดโต่ง



4) ไขมันดีไม่ได้เป็นศัตรู

แนวทางใหม่มองไขมันดีว่า “มีที่ยืน”

เช่น
• น้ำมันมะกอก
• ถั่ว
• เมล็ดพืช
• อะโวคาโด
• ไขมันปลา

ประเด็นสำคัญคือ

เลือกไขมันจากอาหารจริง มากกว่าไขมันจากอาหารแปรรูป

คำแนะนำสำหรับคนไทย
✔ ลดของทอดในน้ำมันเก่า
✔ เปลี่ยนมายองเนส / ครีมเทียม → น้ำมันดีในปริมาณเหมาะสม
✔ ปลาทะเลสัปดาห์ละ 2 ครั้ง



5) ธัญพืชเต็มเมล็ดยังสำคัญ — แต่ไม่ใช่ฐานหลักที่สุด

แนวทางใหม่ไม่ได้ตัดคาร์โบไฮเดรต
แต่เปลี่ยนจาก “กินเยอะที่สุด” → “กินอย่างพอดีและมีคุณค่า”

คำแนะนำ
✔ เลือกข้าวกล้อง / ข้าวผสม / โฮลวีทบ้าง
✔ ลดแป้งขัดขาวที่กินโดยไม่รู้ตัว
✔ ข้าวโพด มัน เผือก ยังอยู่ได้ในสัดส่วนเหมาะสม



6) ลดน้ำตาลเติม — โดยเฉพาะในเครื่องดื่ม

จุดเสี่ยงที่สุดของคนไทยคือ
• ชานม
• กาแฟหวาน
• น้ำหวานขวด
• น้ำผลไม้ผสมน้ำตาล

คำแนะนำ
✔ ตั้งเป้าลดทีละขั้น เช่น หวาน 50% → 30%
✔ เลือกชงเองบ้าง
✔ ผลไม้ “กินทั้งชิ้น” ดีกว่าปั่นผสมน้ำเชื่อม



7) ลดอาหารแปรรูปจัดหนัก (Ultra-processed)

ไม่ใช่ห้ามกิน
แต่ให้ “ลดความถี่”

เช่น
• ไส้กรอก แฮม
• ขนมกรุบกรอบ
• ของทอดสำเร็จรูป
• เบเกอรี่ไขมันสูง

คำแนะนำ
✔ ไม่ต้องตัด แต่ “เลื่อนจากทุกวัน → สัปดาห์ละครั้ง”
✔ เปลี่ยนของกินเล่น → ถั่วอบ / ผลไม้



8) โปรตีนจากพืช & โปรตีนจากสัตว์ “อยู่ร่วมกันได้”

ไม่ต้องเลือกข้าง
• ถั่ว เต้าหู้ เต้าเจี้ยว — ดีต่อเมตาบอลิซึม
• ปลา ไก่ไม่ติดหนัง — มีโปรตีนคุณภาพสูง

คำแนะนำ
✔ แบ่งสัดส่วนผสมกัน
✔ มื้อผัก + เต้าหู้ = ดี
✔ ไม่จำเป็นต้องเว้นเนื้อสัตว์ทั้งหมด



9) นมและผลิตภัณฑ์นม “ไม่ได้จำกัดเฉพาะ Low-fat”

แนวทางใหม่เปิดพื้นที่ให้
• โยเกิร์ตธรรมชาติไม่หวาน
• ชีสในปริมาณเหมาะสม

เน้น “บริบทของอาหารทั้งมื้อ” มากกว่าตัดไขมันทิ้ง

คำแนะนำสำหรับคนไทย
✔ เลี่ยงโยเกิร์ตหวานจัด
✔ เลือกแบบธรรมชาติ + ผลไม้สด
✔ ปริมาณเหมาะสม ไม่ใช่กินแทนมื้อ



10) ใยอาหารคือคีย์ต่อสุขภาพลำไส้

Microbiome ได้รับความสำคัญมากขึ้น

แหล่งใยอาหารที่ดี
• ผัก
• ผลไม้
• ธัญพืชเต็มเมล็ด
• ถั่ว

คำแนะนำ
✔ กินผักหลายชนิดใน 1 วัน
✔ เพิ่มถั่ว–งา–เห็ด ในเมนูไทย

ที่อยู่

Sing Buri
16000

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Cicada Health Careผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Cicada Health Care:

ทางลัด

แชร์