02/07/2026
วันนี้หมอมีโอกาสได้บรรยายในการประชุมวิชาการ ครบรอบ 79 ปีโรงพยาบาลศรีสะเกษ ในหัวข้อเกี่ยวกับ #วัคซีนไอพีดี หมอเลยจะขอสรุปเรื่อง #โรคไอพีดีและวัคซีนไอพีดี ให้ฟังนะคะ
โ ร ค ไ อ พี ดี แ ล ะ วั ค ซี น ป้ อ ง กั น โ ร ค ไ อ พี ดี
🦠โ ร ค ไ อ พี ดี : IPD ย่อมาจาก invasive pneumococcal disease คือ การติดเชื้อแบคทีเรียชื่อนิวโมคอคคัส ชนิดรุนแรงและแพร่กระจาย มักพบในทารก-เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ อาจทำให้ผู้ป่วยมีอาการหนักจนถึงชีวิตได้ หรือเกิดความพิการตามมาได้ อัตราการเสียชีวิตจากการติดเชื้อนี้อยู่ที่ประมาณ 20% เลยนะคะ
🤧 ก า ร ติ ด ต่ อ : เชื้อนิวโมคอคคัสมี 100 กว่าสายพันธุ์ พบเชื้อนี้ได้ในทางเดินหายใจส่วนต้นของคน โดยผู้ที่มีเชื้อในลำคอสามารถแพร่ไปสู่คนอื่นได้ทางละอองเสมหะหรือน้ำมูก
🩺 อ า ก า ร : เชื้อนิวโมคอคคัสส่วนมากทำให้เกิดโรคของระบบทางเดินหายใจ ได้แก่
- หูชั้นกลางอักเสบ ไซนัสอักเสบ ซึ่งส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและพบได้บ่อย
- ปอดอักเสบ ซึ่งเชื้อนี้เป็นสาเหตุสำคัญและทำให้เกิดอาการรุนแรงได้
- การติดเชื้อแบบไอพีดี เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อในเยื่อหุ้มสมอง ซึ่งโรคมักมีความรุนแรง โดยเชื้อเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อบุทางเดินหายใจ แล้วเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด หรือเชื้ออาจแพร่กระจายไปเยื่อหุ้มสมองทำให้มี สมองอักเสบ หรือไปที่อวัยวะอื่น เช่น กระดูกและข้อทำให้มีกระดูกและข้ออักเสบ
☔️ ก ลุ่ ม เ สี่ ย ง ต่ อ โ ร ค ไ อ พี ดี :
- เด็กทั่วไปที่แข็งแรงดีที่อายุน้อยกว่า 5 ปี โดยเฉพาะเด็กอายุน้อยกว่า 1 ปีจะเสี่ยงกว่ากลุ่มอายุอื่นเป็น 10 เท่าเลยค่ะ
- ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงมากเป็นพิเศษ ได้แก่ ผู้ที่ไม่มีม้ามหรือม้ามทำงานไม่ดี เป็นโรคธาลัสซีเมีย ติดเชื้อเอชไอวี มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคปอด โรคถุงลมปอดโป่งพองหรือมีหลอดลมปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคไต โรคเบาหวาน มีน้ำไขสันหลังรั่วจากความพิการแต่กำเนิดหรือมีกะโหลกศีรษะแตก และได้รับการผ่าตัดใส่วัสดุเทียมของหูชั้นใน นอกจากนี้เด็กที่อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็ก เด็กที่อยู่กับผู้ใหญ่ที่สูบบุหรี่ และเด็กไม่ได้กินนมแม่จะมีความเสี่ยงต่อโรคไอพีดีสูงกว่าปกติด้วย
- ผู้สูงอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปจะเสี่ยงสูงมาก
💊 ก า ร รั ก ษ า : โรคไอพีดีรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะ ซึ่งปัจจุบันพบว่ามีการดื้อยามากขึ้นจึงจำเป็นต้องใช้ยาขนาดสูงขึ้น โดยการรักษาจะได้ผลดีเมื่อมาพบแพทย์ และได้เริ่มให้ยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องอย่างรวดเร็ว
😷 ก า ร ป้ อ ง กั น : โรคไอพีดีป้องกันได้ด้วยวัคซีนไอพีดี โดยแนะนำฉีดในกลุ่มเหล่านี้ ได้แก่
- เด็กเล็กทุกคนที่แข็งแรงดีที่อายุน้อยกว่า 5 ปี
- เด็กและผู้ใหญ่ทุกอายุทุกคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวไปแล้วข้างต้น
- ผู้สูงอายุตั้งแต่อายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป
💉 วั ค ซี น ป้ อ ง กั น โ ร ค ไ อ พี ดี : วัคซีนป้องกันโรคไอพีดีมีวัคซีนอยู่ 2 ชนิด ได้แก่
- วัคซีนชนิดโพลีแซคคาไรด์ ประกอบด้วยเชื้อนิวโมคอคคัส 23 สายพันธุ์ (PS-23) วัคซีนนี้ไม่สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี จึงใช้เฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 2 ปีขึ้นไปที่มีความเสี่ยงสูงต่อโรคนี้ และผู้สูงอายุเท่านั้น
- วัคซีนชนิดคอนจูเกต (PCV) ซึ่งจะพ่วงกับโปรตีนทำให้สร้างภูมิคุ้มกันได้ดี
วันซีนชนิด PCV ปัจจุบันมีใช้แล้วหลายชนิด ครอบคลุมสายพันธุ์ก่อโรคต่างกัน ตั้งแต่ชนิด 10 สายพันธุ์, 13 สายพันธุ์, 14 สายพันธุ์, 15 สายพันธุ์ และล่าสุดมีชนิด 20 สายพันธุ์ ฉีดได้ตั้งแต่อายุ 6 สัปดาห์ขึ้นไป โดยวัคซีนชนิด 13,15,20 สายพันธุ์สามารถฉีดในผู้ใหญ่ได้เช่นกัน
วัคซีน PCV 20 สายพันธุ์ที่เป็นชนิดล่าสุด สามารถครอบคลุมสายพันธุ์เพิ่มขึ้นกว่าชนิดเดิม 10-20% เลยค่ะ
วัคซีนป้องกันโรคไอพีดีเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันการเกิดโรค ป้องกันความรุนแรงของโรคได้เป็นอย่างดี และวัคซีนเหล่านี้ก็มีผลข้างเคียงน้อย มีความปลอดภัยสูง
องค์การอนามัยโลกแนะนำมาตั้งแต่ปี 2006 ว่า #เด็กทุกคนควรต้องได้รับวัคซีนไอพีดี จนปัจจุบันนี้มีกว่า 175 ประเทศทั่วโลกที่บรรจุวัคซีนไอพีดีเข้าในโปรแกรมวัคซีนหลักแล้วค่ะ
และในที่สุด #ปลายปีนี้วัคซีนไอพีดีจะถูกบรรจุในวัคซีนหลักของไทยแล้วด้วยค่ะ ซึ่งคาดว่าจะเป็นชนิด 10 สายพันธุ์นะคะ เป็นอะไรที่น่ายินดีมากเลยค่ะ
พญ.นุชวดี วันแก้ว อาสนทอง
กุมารแพทย์โรคติดเชื้อ ❤️