ชุดตรวจโรค ชุดดตรวจสาร อุปกรณ์การแพทย์ ยา อาหารเสริม ถุงมือ ปลีก-ส่ง

ชุดตรวจโรค ชุดดตรวจสาร อุปกรณ์การแพทย์ ยา อาหารเสริม ถุงมือ ปลีก-ส่ง ร้านออนไลน์ โดยเภสัชกร ให้คำปรึกษา ขายอาหารเสริม เวชสำอางค์สอบถามได้ค่ะ

Nha mor pharmacy : ยินดีให้คำปรึกษา ด้านการใช้ยา เวชสำอางค์ และ อาหารเสริม

$ ติดตามเพจ แล้วจะไม่พลาดโปรโมชั่นดีๆ กิจกรรมเด็ดๆ ที่ทางร้านจัด ทุกๆ รายการ
$ หากต้องการยา เวชสำอางค์ หรือ อาหารเสริมตัวใดสามารถสอบถามได้นะคะ (inbox)
$ มีบริการจัดส่ง โดยไปรษณีย์ และ บ.Kerry Express นะคะ
: กรณีราคาที่เขียนรวมค่าจัดส่ง **จัดส่งฟรี
: สั่งของครบ 1000 บาท **จัดส่งฟรี
: กรณีอื่นๆ คิดค่าจัดส่งตามจริงนะคะ
****** เช็คเลข track kerry ที่ : http://th.ke.rnd.kerrylogistics.com/shipmenttracking/
****** เช็คเลข Track ไปรษณีย์ ที่ : http://track.thailandpost.co.th/tracking/default.aspx

12/09/2026

เราทราบกันดีว่ายาระบายกลุ่ม fiber นี้ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาลและไขมันได้
(บางครั้งเวลาอยากทานขนมหวานผมก็ชงดื่มก่อนนะ อิอิ)

มีคนทำ meta-analysis สรุปว่า การให้ psyllium ก่อนอาหาร dose เฉลี่ย 10.8g/day นานเฉลี่ย 4.8 เดือน ช่วยลดน้ำหนักได้ประมาณ 2.1 กิโลกรัม ในคนอ้วนและน้ำหนักเกิน

ดูน้อยนะ แต่ผมว่ามีประโยชน์ ในคนที่ติดหวาน และน้ำหนักเกิน
คือเราควรกินอาหารพวกกากใยก่อนกินพวกที่มีน้ำตาลและไขมันเยอะเพื่อชะลอการดูดซึมเป็นพื้นฐาน แต่บางทีหาผักผลไม้ทานได้ไม่เพียงพอ ก็อาจชงพวกนี้ทานเสริมไปได้

🌾🌾Bulk-forming laxatives
- ผสมน้ำแล้วคน และดื่มทันที (เมื่อยาโดนน้ำจะก่อเป็นเจล)
- ไม่ควรทานแล้วนอนทันที เนื่องจากลำไส้ลดการเคลื่อนไหว ยาจะอุดตันลำไส้
- ค่อนข้างปลอดภัยกับคนส่วนใหญ่ (เด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร)
- ไม่ควรใช้ในคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับลำไส้อุดตัน หรือลำไส้เคลื่อนไหวน้อย

"แมกนีเซียม" เกลือแร่สำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้ 🌿✨รู้ไหมครับว่า... แมกนีเซียมมีส่วนร่วมในปฏิกิริยาเอนไซม์ในร่างกายมากกว่า ...
12/09/2026

"แมกนีเซียม" เกลือแร่สำคัญที่ร่างกายขาดไม่ได้ 🌿✨
รู้ไหมครับว่า... แมกนีเซียมมีส่วนร่วมในปฏิกิริยาเอนไซม์ในร่างกายมากกว่า 300 ชนิด!
หากร่างกายได้รับไม่เพียงพอ อาจส่งผลต่อทั้งการนอนหลับ อารมณ์ และกล้ามเนื้อโดยไม่รู้ตัว
💡 ประโยชน์หลักของแมกนีเซียม
* ช่วยเรื่องการนอนหลับ: ลดความเครียด คลายระบบประสาท นอนหลับสนิทขึ้น
* ลดตะคริว & ไมเกรน: ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อ และบรรเทาอาการปวดหัว
* บำรุงกระดูกและฟัน: ทำงานร่วมกับแคลเซียมและวิตามินดี
* ดูแลหัวใจ & ความดัน: ช่วยให้การเต้นของหัวใจเป็นปกติ
* ควบคุมระดับน้ำตาล: ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองต่ออินซูลิน

📊 ปริมาณที่แนะนำต่อวัน (RDA)
(รวมทั้งจากอาหารธรรมชาติและอาหารเสริม)
* ผู้ชาย (19-30 ปี): 400 mg | (31 ปีขึ้นไป): 420 mg
* ผู้หญิง (19-30 ปี): 310 mg | (31 ปีขึ้นไป): 320 mg
* หญิงตั้งครรภ์: 350 - 400 mg
* (แหล่งอาหารธรรมชาติ: ปวยเล้ง, อะโวคาโด, ถั่วต่างๆ และดาร์กช็อกโกแลต)

⏰ วิธีการทานที่เหมาะสม
* ทานช่วงไหนดี? แนะนำทาน ก่อนนอน 30-60 นาที เพื่อช่วยผ่อนคลายและนอนหลับสบายขึ้น หรือทานพร้อมอาหารเพื่อลดอาการมวนท้อง
* ทานคู่กันแล้วดี: ทานร่วมกับ วิตามินดี (D), เคสอง (K2) และ บีหก (B6) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึมได้ดียิ่งขึ้น

⚠️ ข้อควรระวังในการทาน
* ทานเสริมไม่ควรเกิน 350 mg/วัน (ไม่นับรวมจากอาหาร) เพราะอาจทำให้เกิดอาการท้องเสีย หรือระคายเคืองกระเพาะอาหาร
* ควรเว้นระยะห่าง: หลีกเลี่ยงการทานพร้อม แคลเซียมปริมาณสูง, คาเฟอีน, แอลกอฮอล์ หรือยาปฏิชีวนะ (ควรเว้นระยะอย่างน้อย 2 ชั่วโมง)
* ผู้ป่วยโรคไต หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาต่อเนื่อง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานอาหารเสริมทุกครั้งครับ

#วิตามินน่ารู้ #นอนไม่หลับ #ตะคริว #แมกนีเซียม #สุขภาพดี #สาระน่ารู้

วิธีป้องกันการติดเชื้อ RSV  ในกลุ่มคนไข้ที่เปราะบางเเละเสี่ยงต่อการนำไปสู่ออาการที่รุนเเรงมากขึ้น
11/09/2026

วิธีป้องกันการติดเชื้อ RSV ในกลุ่มคนไข้ที่เปราะบางเเละเสี่ยงต่อการนำไปสู่ออาการที่รุนเเรงมากขึ้น

เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ในรายการโหนกระเเสมีเรื่อง ชอตฟิล ที่เราเอง ก็มองว่า ทำไมถึงเหุตการณ์เเบบนั้นได้ อาจจะเป็นความเข้าใจ...
11/09/2026

เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา ในรายการโหนกระเเสมีเรื่อง ชอตฟิล ที่เราเอง ก็มองว่า ทำไมถึงเหุตการณ์เเบบนั้นได้ อาจจะเป็นความเข้าใจผิดของผู้ที่มารายการที่เป็น RSV นั่นคือ การติดต่อไม่ได้ผ่านทางการหายใจ Airborn หรือ ล่องลอยในอากาสนานๆ เเบบไวรัสบางชนิดก็จริง เเต่การพูดคุยใกล้ชิดทำให้เกิดละอองฝอยในอากาศในระยะใกล้ทำให้สามารถติดกันได้ เพราะฉะนั้นหากไม่สบายไม่ว่าจะเป็นไวรัสนิดไหน หรือหวัดธรรมดา หากต้องออกนอกบ้านหรือไปในที่สาธารณะควร "สวมหน้ากากอนามัย" เพื่อป้องกันการเเพร่กระจายของโรค วันนี้แอดจะนำเพื่อนๆมารู้จักกับ ไวรัสตัวนี้กันน ...

🦠 ทำความเข้าใจไวรัส RSV: ตัวโรคและการติดต่อที่ต้องระวัง!

📣ช่วงนี้ไวรัส RSV กลับมาระบาดอีกแล้วครับ หลายคนอาจจะเคยได้ยินชื่อ แต่รู้ไหมว่าเชื้อนี้ส่งผลอย่างไร และติดต่อง่ายแค่ไหน?

📌 RSV คืออะไร & อันตรายแค่ไหน?
RSV (Respiratory Syncytial Virus) เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
* ผู้ใหญ่/เด็กโต: มักมีอาการเหมือนไข้หวัดธรรมดา (ไข้ต่ำ น้ำมูกไหล ไอ เจ็บคอ)
* 👶เด็กเล็ก & 👵ผู้สูงอายุ อันตรายมาก⚠️
เชื้อสามารถลงสู่ทางเดินหายใจส่วนล่าง ทำให้เกิด หลอดลมฝอยอักเสบ หรือ ปอดบวม หายใจหอบเหนื่อย หายใจมีเสียงหวีด และขาดออกซิเจนได้

💨 RSV ติดต่อผ่านการหายใจได้ไหม?
คำตอบคือ: ✅️ ได้ครับ! แต่นับเป็น การติดต่อผ่านละอองฝอย (Droplets)
* ไอ/จาม ใส่กัน: เมื่อผู้ป่วยไอหรือจาม เชื้อจะอยู่ในละอองน้ำมูก/น้ำลาย หากเราอยู่ใกล้ในระยะ 1–2 เมตร แล้วหายใจเอาละอองฝอยนี้เข้าไป ก็สามารถติดเชื้อได้ทันที (เชื้อไม่ลอยค้างในอากาศนานเหมือนวัณโรคหรือหัด)
* การสัมผัส (ช่องทางหลัก): สัมผัสเสมหะ น้ำมูก หรือสิ่งของ/ของเล่นที่ปนเปื้อนเชื้อ แล้วนำมือมาจับตา จมูก หรือปาก

🛡️ 3 วิธีป้องกันง่ายๆ เพื่อคนที่คุณรัก
* ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาที
* สวมหน้ากากอนามัย เมื่อต้องอยู่ในที่อับอากาศ หรืออยู่ใกล้ชิดผู้มีอาการป่วย
* หมั่นทำความสะอาด ของเล่น โต๊ะ และลูกบิดประตูด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ
อย่าลืมสังเกตอาการของลูกน้อยและผู้สูงอายุในบ้าน หากมีอาการหายใจหอบ หายใจแรงจนหน้าอกบุ๋ม ควรกระหน่ำพาไปพบแพทย์ทันทีครับ!
ด้วยความห่วงใยจาก KPATK 💙

#ไวรัสRSV #เตือนภัยสุขภาพ #สุขภาพเด็ก #ผู้สูงอายุ #เกร็ดความรู้สุขภาพ #โหนกระแส #เรื่องสุขภาพใกล้ตัว

วันนี้เรามาเริ่มกันที่ วิตามิน ฟื้นฟูร่างกาย ต้านหวัดกันอีกตัว ที่ช่วยให้เราฟื้นตัวได้ ไว จากอาการไม่สบาย นะคะ นั่นคือ ว...
09/09/2026

วันนี้เรามาเริ่มกันที่ วิตามิน ฟื้นฟูร่างกาย ต้านหวัดกันอีกตัว ที่ช่วยให้เราฟื้นตัวได้ ไว จากอาการไม่สบาย นะคะ
นั่นคือ วิตามิน B เรามาดูไปพร้อมกันว่า วิตามินเเต่ลัชนิด ช่วยในเรื่องใดบ้าง

วิตามินบีรวม (Vitamin B Complex) คือกลุ่มวิตามินที่ละลายในน้ำ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน บำรุงระบบประสาท และดูแลร่างกายแบบรอบด้าน
ประโยชน์หลักของแต่ละชนิด:

* B1: บำรุงระบบประสาท ช่วยเปลี่ยนแป้งเป็นพลังงาน
* B2: บำรุงสายตา ผิวพรรณ และระบบเผาผลาญ **ปากนกกระจอก
* B3: ดูแลผิวหนัง ระบบย่อยอาหาร และช่วยลดคอเลสเตอรอล ** ลดอักเสบ ผิวขาว
* B5: ช่วยสร้างฮอร์โมน ลดอาการอ่อนเพลีย ** ลดการอักเสบ
* B6: บำรุงสมอง สร้างเม็ดเลือดแดง เสริมภูมิคุ้มกัน ** แก้เเพ้ท้องง
* B7 (ไบโอติน): ** บำรุงเส้นผม เล็บ และผิวหนังให้แข็งแรง
* B9 (โฟเลต): ** จำเป็นต่อการสร้าง DNA เม็ดเลือดแดง และทารกในครรภ์
* B12: ** บำรุงเซลล์ประสาท ป้องกันโลหิตจาง และลดอาการชาปลายมือปลายเท้า

ใครบ้างที่ควรทานเสริม?
* คนทำงานหนัก พักผ่อนน้อย หรือเครียดสะสม
* วัยเรียนและวัยทำงานที่ต้องใช้สมองและความจำ
* สายมังสวิรัติหรือเจ (มักขาด B12 จากเนื้อสัตว์)
* ผู้สูงอายุที่มีปัญหาการดูดซึม

💡 ทริกการทานง่ายๆ: ทานพร้อมหรือหลังอาหารเช้าทันที เพื่อให้ร่างกายนำพลังงานไปใช้ได้ตลอดวัน และไม่ต้องตกใจหากปัสสาวะเป็นสีเหลืองนีออน เพราะเป็นปกติของการขับส่วนเกินของวิตามิน B2 ค่ะ!

#มังสวิรัต #กินเจ #เนื้อสัตว์ #ระบบประสาท #แก้อ่อนเพลีย #แก้แฮ้งค์ #บำรุงร่างกาย

ปัญหาเชื้อดื้อยา (Antimicrobial Resistance - AMR) จากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม เป็นวิกฤตสาธารณสุขที่เรียกว่า "ภัยเ...
08/09/2026

ปัญหาเชื้อดื้อยา (Antimicrobial Resistance - AMR) จากการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างไม่เหมาะสม
เป็นวิกฤตสาธารณสุขที่เรียกว่า "ภัยเงียบ" เนื่องจากทำให้ยาปฏิชีวนะตัวเดิมที่เคยใช้ได้ผล กลายเป็นใช้ไม่ได้ผล
>> และส่งผลให้การรักษาโรคติดเชื้อทำได้ยากขึ้น

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดเชื้อดื้อยา
* การทานยาไม่ครบตามกำหนด: หยุดทานยาเองเมื่อเริ่มรู้สึกดีขึ้น ทำให้เชื้อแบคทีเรียที่เหลืออยู่และแข็งแรงที่สุดปรับตัวกลายพันธุ์เป็นเชื้อดื้อยา
* การทานยาไม่ตรงกับโรค: นำยาปฏิชีวนะไปรักษาโรคติดเชื้อไวรัส เช่น ไข้หวัด เจ็บคอ ท้องเสีย หรือแผลสด ซึ่งยาปฏิชีวนะไม่สามารถฆ่าเชื้อไวรัสได้
* การซื้อยาปฏิชีวนะทานเอง: โดยไม่ผ่านการวินิจฉัยจากแพทย์หรือเภสัชกร
* การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อหรือยาปฏิชีวนะในภาคการเกษตรและปศุสัตว์: ทำให้เชื้อในสิ่งแวดล้อมสะสมการดื้อยาและส่งผ่านถึงคน

ผลกระทบของวิกฤตเชื้อดื้อยา
* รักษายากขึ้นและใช้เวลานานขึ้น: ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาลนานขึ้น และต้องเปลี่ยนไปใช้ยาที่มีราคาแพงขึ้นหรือมีผลข้างเคียงสูงขึ้น
* อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น: เชื้อดื้อยาขั้นรุนแรง (Superbugs) อาจทำให้ไม่มียาตัวใดรักษาได้
* สถิติสำคัญ: ในประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากภาวะเชื้อดื้อยาประมาณ 38,000 รายต่อปี (เฉลี่ยวันละมากกว่า 100 ราย)

แนวทางการป้องกันและแก้ปัญหา
* ไม่ซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง: ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งเมื่อเจ็บป่วย
* ทานยาให้ครบตามคำแนะนำ: หากแพทย์สั่งยาปฏิชีวนะ ต้องทานให้หมดและตรงเวลา แม้ว่าอาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
* อย่าแบ่งยาให้ผู้อื่น หรือนำยาเหลือใช้มาทานซ้ำ: เพราะการติดเชื้อแต่ละครั้งอาจเกิดจากเชื้อคนละชนิดกัน
*** เจ็บคอจากไข้หวัดส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะ: กว่า 80% ของอาการเจ็บคอเกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถหายเองได้ด้วยการพักผ่อนและทานยารักษาตามอาการ

เมื่อเรารู้จักเชื้อดื้อยาเเล้ว ... ทีนี้ เราก็มาดุกันว่าเมื่อเป็นเชื้อดื้อยาเเล้ว มันจะส่งผลอย่างไรกับเราเเละคนรอบตัว .....
08/09/2026

เมื่อเรารู้จักเชื้อดื้อยาเเล้ว ... ทีนี้ เราก็มาดุกันว่าเมื่อเป็นเชื้อดื้อยาเเล้ว มันจะส่งผลอย่างไรกับเราเเละคนรอบตัว ...

เราอาจจะเคยได้ยินว่า ในโรงพยาบาลมีเชื้อดื้อยาค่อนข้างเยอะ เเละรุนเเรง ซึ่ง นี่อาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่เมื่อผู้ป่วยมีอาการไม่รุนเเรงทางเเพทย์ผู้รักษาจึงไม่ได้ อยากให้คนไข้ต้อง พักรักษาตัวใน โรงพยาบาลโดยไม่จำเป็นเนื่องจากต้องเข้าใจว่า ในโรงพยาบาลมีเชื้อโรคมากมาย เป็นแหล่งรวมของอาการเจ็บป่วยต่างๆจากผู้คนที่มารวมตัวกัน บางครั้งเราเพียงเจ็บป่วยเล็กน้อย การกลับมาพักรักษาตัวตามอาการที่บ้านจึงมีความเสี่ยงต่อการเพิ่มเชื้อ่ต่างๆ น้อยกว่า นั่นเอง

เพราะ เชื้อดื้อยามันน่ากลัวจริงๆ พวกเราจึงต้องช่วยกันไม่ให้ มันเกิดขึ้น หรือ กิดขึ้นน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้

เชื้อดื้อยา (Antimicrobial Resistance: AMR) เกิดจากการที่เชื้อโรคปรับตัวจนทนทานต่อยาที่เคยฆ่ามันได้ ส่งผลให้การรักษาโรคติดเชื้อทำได้ยากยิ่งขึ้น

ผลเสียจากเชื้อดื้อยา
* รักษายากหรืออาจไร้ทางรักษา: ยาต้านแบคทีเรียที่เคยได้ผลจะใช้ไม่ได้อีกต่อไป ต้องเปลี่ยนไปใช้ยาที่มีความรุนแรงขึ้น มีผลข้างเคียงสูงขึ้น หรือในกรณีเลวร้ายที่สุดอาจไม่มียารักษาเลย
* อัตราการเสียชีวิตสูงขึ้น: ทำให้การติดเชื้อธรรมดาๆ กลายเป็นอันตรายถึงชีวิต และเสี่ยงต่อภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
* ระยะเวลาการรักษานานขึ้น: ผู้ป่วยต้องนอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น ร่างกายฟื้นตัวได้ช้าลง
* ภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น: ยาปฏิชีวนะรุ่นใหม่หรือยาด่านสุดท้ายมักมีราคาสูง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสูงขึ้นอย่างมาก
* ข้อจำกัดในการทางการแพทย์: กระทบต่อความปลอดภัยของหัตถการอื่นๆ เช่น การผ่าตัดใหญ่ การทำเคมีบำบัด หรือการปลูกถ่ายอวัยวะ ที่จำเป็นต้องอาศัยการป้องกันการติดเชื้อ

แนวทางการป้องกันเชื้อดื้อยา
* ใช้ยาอย่างถูกวิธีและกินยาให้ครบ: รับประทานยาปฏิชีวนะตามคำสั่งแพทย์หรือเภสัชกรอย่างเคร่งครัด ทานให้ครบตามจำนวนวัน แม้อาการจะดีขึ้นแล้วก็ตาม
* ไม่ซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง: หลีกเลี่ยงการหาซื้อ "ยาฆ่าเชื้อ" หรือ "ยาแก้อักเสบ" กินเองสำหรับอาการป่วยจากไวรัส เช่น ไข้หวัด เจ็บคอ ท้องเสีย หรือแผลสดทั่วไป
* ไม่แบ่งหรือใช้ยาเหลือ: ไม่ทานยาปฏิชีวนะที่เหลือจากผู้อื่น และไม่เก็บยาที่เหลือไว้ใช้ในครั้งต่อไป
* รักษาสุขอนามัยพื้นฐาน: หมั่นล้างมือให้สะอาด กินอาหารที่ปรุงสุก และดื่มน้ำสะอาด เพื่อลดโอกาสติดเชื้อแบคทีเรีย
* ฉีดวัคซีนป้องกันโรค: เพื่อลดโอกาสเจ็บป่วยจากโรคติดเชื้อ ซึ่งจะช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะโดยรวม
อยากให้ช่วยแนะนำวิธีสังเกตอาการ หรือข้อควรระวังในการใช้ยาปฏิชีวนะเพิ่มเติมส่วนไหนไหมครับ

#เชื้อดื้อยา #ติดเชื้อในกระเเสเลือด #ยาฆ่าเชื้อ #กินยาไม่หาย #ปอดติดเชื้อ #โรงพยาบาล #โรคติดเชื้อ #อันตราย

" เชื้อดื้อยา " เพื่อนๆ คุ้นหู กันไหม แล้วเชื้อดื้นา เกิดขึ้นได้อย่างไร และมันส่งผลกระทบในวงกว้างได้อย่างไร ก่อนอื่นเรต้...
07/09/2026

" เชื้อดื้อยา " เพื่อนๆ คุ้นหู กันไหม แล้วเชื้อดื้นา เกิดขึ้นได้อย่างไร
และมันส่งผลกระทบในวงกว้างได้อย่างไร
ก่อนอื่นเรต้องรู้จักก่อนว่าเชื้อดื้อยาคือ อะไร

เชื้อดื้อยา (Antimicrobial Resistance - AMR) เกิดขึ้นเมื่อเชื้อโรคปรับตัวจนยามีประสิทธิภาพลดลง หรือไม่สามารถทำลายเชื้อได้อีกต่อไป
กลไกการเกิดเชื้อดื้อยา
* การคัดเลือกตามธรรมชาติ (Natural Selection): ในกลุ่มเชื้อโรคจำนวนมาก มักจะมีเชื้อบางตัวที่กลายพันธุ์และทนทานต่อยาได้เอง เมื่อใช้ยาฆ่าเชื้อ เชื้อที่อ่อนแอจะตายไป แต่เชื้อที่ดื้อยาจะรอดชีวิตและขยายพันธุ์เพิ่มจำนวนขึ้น
* การส่งผ่านยีนดื้อยา: เชื้อที่ดื้อยาสามารถถ่ายทอดพันธุกรรมดื้อยาไปยังรุ่นลูกหลาน หรือแม้แต่ส่งผ่านยีนดื้อยาไปยังเชื้อโรคสายพันธุ์อื่นที่อยู่ใกล้เคียงกันได้
* ปัจจัยเร่งจากมนุษย์: การใช้ยาต้านจุลชีพอย่างไม่เหมาะสม เช่น ใช้ไม่ครบโดส, ซื้อทานเองโดยไม่จำเป็น (เช่น ทานยาปฏิชีวนะรักษาโรคติดเชื้อไวรัส), หรือการใช้ยาเกินขนาดในภาคเกษตรและปศุสัตว์

เชื้อดื้อยาเกิดขึ้นกับเชื้อชนิดใดได้บ้าง? กระบวนการดื้อยาสามารถเกิดขึ้นได้กับ เชื้อโรคทุกประเภท ไม่ได้จำกัดแค่แบคทีเรียเท่านั้น:
* แบคทีเรีย (Bacteria): พบได้บ่อยและเป็นปัญหารุนแรงที่สุด เช่น เชื้อ MRSA (ดื้อยาเพนิซิลลิน/เมธิซิลลิน), เชื้อ E. coli หรือ K. pneumoniae ที่ดื้อยาปฏิชีวนะหลายกลุ่ม (Superbugs)
* ไวรัส (Viruses): เช่น เชื้อ HIV ดื้อยาต้านไวรัส, เชื้อไข้หวัดใหญ่ดื้อยา Oseltamivir
* เชื้อรา (Fungi): เช่น เชื้อ Candida auris ที่ดื้อยาต้านเชื้อราหลายกลุ่มและรักษายากมาก
* ปรสิต (Parasites): เช่น เชื้อไข้มาลาเรีย (Plasmodium falciparum) ที่เริ่มดื้อต่อยา Artemisinin ในบางภูมิภาค

#เชื้อดื้อยา #เชื้อโรค #แบคทีเรีย #ไวรัส #ปรสิต #เชือรา #กินยาให้ครบ

สวัสดี สายๆ วันอาทิตย์นะคะ ลูกเพจ วันนี้ใครเจ็บคอ เเล้วกินยาฆ่าเชื้ออยู่บ้างไหม ?? >> เพื่อนๆ รู้หรือ ไม่ ว่ การเจ็บคอไม...
06/09/2026

สวัสดี สายๆ วันอาทิตย์นะคะ ลูกเพจ
วันนี้ใครเจ็บคอ เเล้วกินยาฆ่าเชื้ออยู่บ้างไหม ??

>> เพื่อนๆ รู้หรือ ไม่ ว่ การเจ็บคอไม่จำเป็นต้องได้รับยาฆ่าเชื้อเสมอไป เเละสามารถหายเองได้ เเล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไหร่ควรทานยาฆ่าเชื้อ
วันนี้เเอดมีสาระดีๆ มาฝาก

อาการเจ็บคอหรือไข้หวัดส่วนใหญ่เกิน 80-90% เกิดจาก "เชื้อไวรัส" ซึ่ง ไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ (ยาปฏิชีวนะ) เพราะยาปฏิชีวนะใช้ฆ่าเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น
และการใช้โดยไม่จำเป็นจะทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยา คุณควรพิจารณาใช้ยาฆ่าเชื้อ (ตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร) เมื่อมี สัญญาณการติดเชื้อแบคทีเรีย ดังนี้:

อาการที่สงสัยว่าติดเชื้อแบคทีเรีย (อาจต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ)
* เจ็บคอจัดแบบทันทีทันใด: เจ็บมากจนกลืนน้ำลายลำบาก ร่วมกับ ไม่มีอาการไอ ไม่มีน้ำมูก (ถ้ามีไอ น้ำมูก คัดจมูก มักเป็นไวรัส)
* ตุ่มหนองที่ทอนซิล: เมื่อส่องไฟดูในคอ พบต่อมทอนซิลโต แดงจัด และมี จุดสีขาวหรือแผ่นหนองสีเหลือง ติดอยู่
* ต่อมน้ำเหลืองใต้ขากรรไกรโต: กดแล้วรู้สึกเจ็บชัดเจน
* มีไข้สูง: ไข้สูงเกิน 38.5 องศาเซลเซียสขึ้นไปแบบฉับพลัน
* อาการแย่ลงหลังจากทำท่าจะหาย (Double Sickening): ป่วยเป็นหวัดไปแล้ว 5–7 วัน อาการเริ่มดีขึ้น แต่จู่ๆ ก็กลับมามีไข้สูง น้ำมูกเปลี่ยนเป็นสีเขียวข้นข้น ไอหนักขึ้น หรือปวดใบหน้า/โหนกแก้มอย่างรุนแรง (อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เช่น ไซนัสอักเสบ หรือปอดอักเสบ)

อาการที่มักเป็นเชื้อไวรัส (ไม่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ)
* มีน้ำมูก คัดจมูก จาม
* ไอ มีเสมหะ
* เสียงแหบ
* ตาแดง น้ำตาไหล
* เจ็บคอแบบค่อยเป็นค่อยไป ร่วมกับอาการข้างต้น

ข้อควรระวัง
* สีของน้ำมูกหรือเสมหะ: น้ำมูกหรือเสมหะสีเขียว/เหลือง ไม่ได้แปลว่าติดเชื้อแบคทีเรียเสมอไป
*** ในช่วงท้ายของการติดเชื้อไวรัส ร่างกายจะขับเม็ดเลือดขาวออกมาทำให้น้ำมูกเปลี่ยนสีได้เป็นปกติ

* ไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะรับประทานเอง: หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อตรวจประเมินก่อนทุกครั้ง

#ไข้หวัด #เจ็บคอ #ไวรัส #เชื้อดื้อยา #ยาแก้อักเสบ #ทอนซิลอักเสบ #ไข้สูง

รู้หรือไม่ ทำไม ? เภสัชร้านยาถึงต้องซักประวัติอย่างละเอียด และมักไม่ชอบให้ยาฆ่าเชื้อเวลาที่คนไข้ มาขอซื้อยา "ฆ่าเชื้อ"  ...
05/09/2026

รู้หรือไม่ ทำไม ? เภสัชร้านยาถึงต้องซักประวัติอย่างละเอียด และมักไม่ชอบให้ยาฆ่าเชื้อเวลาที่คนไข้ มาขอซื้อยา "ฆ่าเชื้อ" เวลาที่เป็นหวัด

คำตอบคือ ... เนื่องจากส่วนใหญ่ หวัด อาการเจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก ไม่มีไข้ หรือไข้เพียงเล็กน้อย คอเเดง มักมีสาเหตุมาจาก "เชื้อไวรัส"
ไม่ใช่ "เชื้อแบคทีเรีย" ที่ต้องใช้ยาฆ่าเชื้อ ซึ่งการใช้ยาฆ่าเชื้อที่ไม่ตรงกับเชื้อ จะไม่สามารถรักษาอาการป่วยที่เราเป็นได้จริงๆ

เเต่......การที่คนไข้รู้สึกว่าการได้รับยากลุ่มนี้เเล้วดีขึ้นเนื่องจากคนไข้มักจะมาหายาฆ่าเชื้อในช่วงเวลา " พีค " ของอาการหวัดในวันที่ 3-5 ของการเจ็บป่วย ซึ่งโดยปกติตามระยะของโรคร่างกายเราจะขับของเสียทุกอย่างออกมาในช่วงนั้น ทำให้รู้สึกอาการเป็นมากขึ้น การมีเสมหะที่เปลี่ยนสี หรือ มากขึ้น เเต่เมื่อผ่านช่วงเวลานั้นไปได้อาการของเราจะดีขึ้นได้ด้วยตนเอง เเละการรักษาอาการจากไวรัสได้ดีที่สุดคือ ... การพักผ่อน ดื่มน้ำเยอะๆ เเละภูมิต้านทานของเรานั่นเอง

เเละอาการที่หลงเหลืออยู่ ก็อาจจะมีอาการไอ ที่ยังคงอยู่ 5-10 วัน

วันนี้เรามาทำความรู้จักระยะของวอาการหวัดกัน นะคะ

#ไข้หวัด #ไวรัส #เสมหะเหลืองเขียว #เจ็บคอ #เชื้อดื้อยา #คัดจมูก #ปวดเมื่อย #ยาปฏิชีวนะ

ที่อยู่

Songkhla
90000

เวลาทำการ

จันทร์ 09:30 - 23:00
อังคาร 09:30 - 23:00
พุธ 09:30 - 23:00
พฤหัสบดี 09:30 - 23:00
ศุกร์ 09:30 - 23:00
เสาร์ 10:30 - 23:00
อาทิตย์ 10:30 - 23:00

เบอร์โทรศัพท์

+66829638919

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ชุดตรวจโรค ชุดดตรวจสาร อุปกรณ์การแพทย์ ยา อาหารเสริม ถุงมือ ปลีก-ส่งผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง ชุดตรวจโรค ชุดดตรวจสาร อุปกรณ์การแพทย์ ยา อาหารเสริม ถุงมือ ปลีก-ส่ง:

ทางลัด

แชร์