Ez2fit Page สุข-ศึกษา (ดูแลสุขภาพอย่างไรให้มีความสุข)

"ถ้าพ่อผมไปตบหัวครู ครูก็ไม่โกรธใช่มั้ยครับ" 😘
08/08/2026

"ถ้าพ่อผมไปตบหัวครู ครูก็ไม่โกรธใช่มั้ยครับ" 😘

การกลั่นแกล้งกันในเด็กในกรณีที่มีความรุนแรง ปัจจัยสำคัญคือ การเพิกเฉยของผู้ดูแล ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือผู้ปกครอง

ถ้าในกรณีทั่วไปผมคิดว่าเด็กๆถ้ามีเล่นกันแกล้งกันมันเป็นเรื่องปกติเด็กเค้าจะเริ่มทดลองว่าเค้าทำอะไรใครมีขอบเขตแค่ไหน ดังนั้นถ้าผู้ปกครองและครูเพิกเฉยกับพฤติกรรมนี้ก็จะทำให้เด็กเกิดความเคยชินและกลายเป็นพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ วันก่อนผมแชร์โพสต์เรื่องการกลั่นแกล้งกันในเด็กลงเฟสส่วนตัว แล้วคนสนใจกันเยอะ เลยขอโอกาสมาอภิปรายเพิ่มเติม

การแกล้งกันถ้าเด็กทั้ง 2 ฝ่ายอำนาจ(ขนาดตัว พรรคพวก)ใกล้เคียงกัน โดนอะไรก็ทำกลับไปเลย เด็กก็จะมีการเรียนรู้เองว่าจะปกป้องตัวเองยังไงและทำอะไรกับคนอื่นได้บ้าง แต่สาเหตุที่ลูกผมไปฟ้องครู เพราะที่บ้านมีลูกชาย 2 คน และเค้าชินกับการถ้าโดนแหย่แล้วต่อยกลับ มันจะเป็นทะเลาะวิวาท แม้คนเริ่มก่อนจะมีความผิดมากกว่า แต่คนตอบโต้ก็อาจจะมีความผิดไปด้วย (เล่าให้เค้าฟังถึงความแตกต่างระหว่างกฏหมายทะเลาะวิวาทกับการป้องกันตัว เช่น ถ้าเป็นฝ่ายยั่วยุ แล้วอีกฝ่ายมาทำร้ายจะบอกว่าป้องกันตัวไม่ได้ หรือ การป้องกันตัวมันมีเหตุอันสมควรที่ต้องพิจารณา และการตอบโต้ที่ต้องพอเหมาะกับเหตุ) ดังนั้นถ้าอยากให้อีกฝ่ายโดนลงโทษแล้วตนเองไม่โดนอะไรก็มาฟ้องจะดีกว่า

ซึ่งผมเองก็เข้าใจครู เพราะนี่ขนาดมีลูกวัยประถมแค่ 2 คน มีเรื่องให้ฟ้องกันทั้งวัน เรื่องกระจุ๊กกระจิ๊ก อะไรกันไม่รู้ทั้งวัน ถ้าอารมณ์ดีเล่นกัน อีกฝ่ายก็ทำได้ไม่เป็นไร แต่พอเริ่มแพ้ งอแง ก็มาฟ้อง ฯ

แต่อย่างไรก็ตามผมแนะนำให้ผู้ปกครองรับฟังและจัดการทุกครั้ง โดยตั้งกฏให้มีมาตรฐานจะไม่ว่าจะเป็น การกระทำใดที่ผิด และผิดแล้วจะโดนอะไร ก็จะเป็นเรื่องง่ายขึ้น(โดยสามารถให้ทั้งคู่ช่วยนกันร่างข้อตกลงได้)

แต่ในกรณีถ้าอีกฝ่ายไม่เลิก หรือถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้เมื่ออยู่ที่โรงเรียนผมก็แนะนำให้ลูกดำเนินตามมาตรการ

1. เตือนว่าไม่ชอบ หาพยาน บอกเพื่อนบอกครู มาบอกพ่อ

2. ถ้าครูเตือนแล้วเพื่อนยังทำอยู่และครูก็ไม่ได้มีมาตรการการลงโทษอะไร ก็ค่อยทำกลับ ทำให้แรงในจุดที่ไม่ได้อันตราย อย่างถ้าตบหัวแรง 30% กับตบ 90% ความผิดพอกัน แต่ตบแรงทำให้รู้ว่าเราเอาจริง (คนแกล้งมันไม่ชอบเหยื่อที่สู้หรอก มันไปหาเหยื่อหงอๆดีกว่า) ตบแล้ววิ่งหนีไปฟ้องครูเลยไม่ต้องรอลุ้นว่าอีกฝ่ายจะมีปฎิกิริยายังไง เราก็ไม่โดนเอาผิด เพราะแจ้งครูแล้วครูไม่จัดการ ถ้าจะลงโทษเราก็ต้องลงโทษเท่าที่เค้าลงโทษฝ่ายนั้นตอนแรก แต่ฝ่ายนั้นต้องโดนไปอีกขั้น (แต่ถ้าไม่เห็นด้วยว่าทำไมแนะนำให้ลูกใช้ความรุนแรงและลูกเราไม่ใช่คนสู้คนก็ข้ามไปข้อ 3 *แต่ระหว่างโดนตบหัวแล้วอีกฝ่ายแค่มาขอโทษ ผมว่าขอตบคืนแล้วขอโทษกลับจะดีกว่าซึ่งส่วนนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องการเรียนรู้ของเด็ก เด็กต่อยกันเดี๋ยวมันก็ดีกัน แต่ผมไม่สนับสนุนให้ลงโทษด้วยการตีเด็ก เพราะเด็กเป็นวัยที่สมอง สติปัญญา การควบคุมอารมณ์ ยังไม่ถูกพัฒนาเต็มที่การทำอะไรผิดแล้วถูกลงโทษทำร้ายร่างกาย ผมว่าไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ ส่วนใครที่เห็นด้วยว่าให้ตีเด็ก ก็ลองคิดดูว่า ขนาดเราโตเต็มวัย เป็นผู้ใหญ่ควรมีความรับผิดชอบ เรายังทำผิดกฏมากมายเลย ถ้าจะสนับสนุนการตีเด็กยังงั้นเวลาเราทำผิดกฏจราจรฝ่าไฟแดง เปลี่ยนเลนเส้นทึบ แล้วโดนตำรวจลากมาตีกลางสี่แยก ทำงานพลาด ทำงานไม่เสร็จโดนผู้จัดการเรียกมาตีหน้าแผนกบ้างจะเอามั้ย)

3. ถ้าไม่ดีขึ้นพ่อก็จะขอพบครูและผู้ปกครอง เพื่อสอบถามให้ชัดเจนถึงกฏว่าการกระทำใดเป็นความผิด แล้วมีการดูแลควบคุมพฤติกรรมนี้อย่างไร ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ ถ้ามีการผิดซ้ำจะจัดการอย่างไร
*แต่ถ้าประเภทพ่อใหญ่โตลูกเป็นนักเลงมีพรรคพวกแบบในหนังก็คงต้องมีอีกมาตรการนึง

โรงเรียนควรมีมาตรการเดียวกันชี้แจงให้นักเรียนเข้าใจ ว่าพฤติกรรมไหนไม่เหมาะสม ถ้าทำผิดจะมีบทลงโทษอะไร ครั้งต่อไปมีโทษเพิ่มขึ้นแค่ไหน การละเมิดก็คือละเมิด ไม่ว่าจะตบเบา แหย่ ล้อเล่น ถ้าอีกฝ่ายไม่ชอบก็คือควรจะต้องหยุด

ซึ่งผมก็คิดว่า การมี empathy เอาใจเขามาใส่ใจเราทำให้สามารถ เข้าใจปัญหา และหาทางแก้ไขได้ดีขึ้นเพราะสิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้าม คือ คนเกเร บางทีอาจจะเป็นคนที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด เพราะอย่างลูกผมสมัยก่อนช่วงที่ผมงานเยอะๆก็จะพบว่าเค้าก่อเรื่องบ่อย พอหลังจากพูดคุยกันตรงๆ ถามไปถามมา เค้าก็บอกว่าเค้าพึ่งรู้ตัวว่าที่ก่อเรื่องก็เพื่อให้พ่อมาสนใจ

ดังนั้นผู้ปกครองเด็กที่แกล้งคนอื่นเอง ก็ควรจะลองทบทวนการเลี้ยงดูว่ามีเวลาอยู่กับลูกมากน้อยแค่ไหน ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมันเป็นเวลาคุณภาพมั้ย(หรือต่างคนต่างนั่งจ้องมือถือคนละเครื่อง) ปล่อยลูกไว้กับหน้าจอทั้งวันหรือเปล่า เด็กมีการดูแลการรับสื่อที่เหมาะสมกับอายุมั้ย เกมที่เล่นอายุขั้นต่ำเหมาะสมหรือเปล่า ยูทูปช่องที่ดูมีแต่การแกล้งกันมีความรุนแรงเหมาะกับวัยมั้ย การ์ตูนที่ดูกันทั้งเมืองดาบพิฆาตอสูร แอทแทคออนไททันมันต้องอายุ 13-15 ปีขึ้นไป แต่เด็กอนุบาลบ้านเราดูกันทั้งบ้านทั้งเมือง เป็นต้น

ซึ่งครูเองก็ควรให้ความรู้กับผู้ปกครอง เพราะไม่เช่นนั้น สุดท้ายผู้ปกครองก็อาจจะกลับไปลงโทษบุตรหลานตนเองอย่างรุนแรง แต่แก้ไขพฤติกรรมอะไรไม่ได้สร้างปัญหาที่มากขึ้นไปอีก การสอนแบบนี้ลูกเราก็จะได้โกรธแค่ที่พฤติกรรมเพื่อน แต่ไม่ได้เกลียดเพื่อนด้วย (ผู้ปกครองฝ่ายที่ถูกกระทำก็จะได้เข้าใจ เผื่อใจไว้ด้วย ว่าถ้าเกิดลูกเราไปทำคนอื่น เราอยากจะได้การลงโทษแบบไหน ได้โอกาสแก้ไขอย่างไร *ผมเองก็เคยโดนเชิญผู้ปกครองเพราะลูกซ่าเหมือนกัน 555)

โดยถ้าให้ผมเป็นรัฐบาล สิ่งที่ผมคิดว่าจะทำแล้วน่าจะพอช่วยแก้ปัญหาได้ นั่นคือ การให้ความสำคัญกับการเล่นของเด็กเล็ก และการเล่นกีฬาของเด็กประถมให้มากขึ้นเยอะๆเลยครับ

เนื่องจากแม้ตอนเรียนอนุบาลจะเริ่มมีการเข้าสังคมมีครูคอยดูแลกันแล้ว แต่มันเป็นการบังคับพฤติกรรม เด็กเค้าไม่อยากมานั่งนิ่งๆกันอยู่แล้ว
อย่างเคสนึงที่ผมเคยเจอ เป็นเด็กอนุบาลในหมู่บ้าน เกเรมาก ชอบหยิก ตี กัด ขี่จักรยานชนคนอื่น พอแจ้งผู้ปกครอง ยายก็ด่า ยายก็ตี (เพราะพ่อแม่ไม่ดูแล มาเฝ้าลูกเล่นก็ดูแต่หน้าจอ ลูกทำผิด ก็ไม่สนใจ อย่างมากก็พากลับบ้าน)

แต่ผมเวลาผมพาลูกไปเล่น เนื่องจากจบวิทย์กีฬาและพลศึกษามา ผมก็จะเป็นหัวหน้าเด็ก คอยช่วยแนะนำกติกา คุมกฏ ดังนั้นจริงๆเด็กทุกคนก็อยากเล่นแหละครับ พอเค้าทำผิดกติกา แทนที่จะกีดกัน ก็จะให้ไปนั่งรอแทน การนั่งรอกับการไล่กลับบ้านมันต่างกันมาก เพราะระหว่างรอเด็กก็จะเห็นคนอื่นเล่นสนุกกันอยู่ และเมื่อมาเล่นแล้วสนุกก็จะคอยระวังไม่ให้มีพฤติกรรมทำผิดอีก ช่วงแรกอาจจะมีบ้างแต่ก็ค่อยๆลดลง ซึ่งตรงนี้ต่างกับการปล่อยให้เด็กเล่นกันเองเหมือนอยู่ตามลานวัดสมัยก่อนบ้าง เพราะถ้าปล่อยเด็กเล่นกันเอง 100% มันจะไปขึ้นอยู่กับเด็กโต แล้วถ้าเด็กโตเกเร มันก็จะส่งผลต่อลูกเรา (เต็มที่เด็กก็เรียนรู้จะอยู่แบบลูกสมุน)

หน้าที่เด็กคือเล่นครับ ดังนั้นเด็กต้องรู้สึกสนุกกับการเล่นให้ได้ก่อน แล้วคนดูแลจะมีอำนาจต่อรอง ให้เค้าทำตามด้วยความรู้สึกทางบวกได้ และเมื่อเข้าสู่วัยประถม การให้เล่นกีฬาก็จะทำให้ รู้จักเคารพกติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีที่ระบายพลัง ให้เหมาะสมกับตามธรรมชาติของเด็กครับ

แต่สิ่งสำคัญที่สุดยังไงก็ควรมีการให้ความรู้ผู้ปกครองมากกว่านี้ จริงๆต้องมีคู่มือให้ตั้งแต่ตั้งครรภ์ มีการสอบมีการอบรมให้ได้น่าจะดี หาแรงจูงใจอย่างถ้าทำแบบทดสอบผ่านจะได้เงินสนับสนุนค่าเล่าเรียนอะไรก็ว่าไป มีเช็คลิสต์ให้เด็กทำ ว่าได้รับการดูแลจากผู้ปกครองเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่ด้านการปล่อยปละละเลย แต่อีกด้านที่มีการกดดันเด็กมากเกินไป รัฐก็ควรมีการสำรวจว่า เด็กได้รับการพักผ่อนเพียงพอมั้ย เรียนหนักไปหรือเปล่า เรียนพิเศษวิชาการ ศิลปะ ดนตรี กีฬา เวลารวมมากกว่าที่กฏหมายแรงงานให้ผู้ใหญ่ทำเสียอีก เป็นต้น

แล้วเพื่อนๆมีวิธีแก้ปัญหาลูกโดนแกล้ง เด็กทะเลาะกันอย่างไร มาแชร์กันได้นะครับ

โค้ชเป้ง

07/08/2026

“ลูกของพี่ในฝันที่เป็นอนาคตมันไปก่อคดีคดีอุกฉกรรจ์ มีผู้เสียหายมากมาย โดนโทษประหาร"

เคยเอาบทความเกี่ยวกับการเลี้ยงเด็ก ปัญหาสังคม มาแต่งเป็นเรื่องสั้น ถ้าพ่อแม่ทุกคนได้อ่านกันก่อนบ้างก็คงดี

04/08/2026

ทำไมยืดแล้วไม่ได้ผล ?
ยืดทุกวัน ยืดมาตั้งนาน ไม่เห็นมีอะไรก้าวหน้าเท่าไรเลย ไปลองดูรายละเอียดกัน

โค้ชเป้ง

*ใครชอบการวิเคราะห์รายละเอียดงานวิจัย อยากมาทดลองปฏิบัติ ผมกับ ดร.กอล์ฟ Muscle Clinicz มีจัด workshop รายละเอียดในคอมเมนท์

*คลิปเต็มลิงค์ในคอมเมนท์

มีทฤษฎีว่า ถ้าช่วงระยะสุดท้ายที่เรายกแขน/ขาขึ้นไปเองได้(ตำแหน่งนี้เรียก Active range/mobility end range) ยิ่งต่างกับระยะ...
03/08/2026

มีทฤษฎีว่า ถ้าช่วงระยะสุดท้ายที่เรายกแขน/ขาขึ้นไปเองได้(ตำแหน่งนี้เรียก Active range/mobility end range) ยิ่งต่างกับระยะสุดท้ายที่เราต้องให้คนอื่นช่วย(Passive range) มากเท่าไรก็เพิ่มโอกาสบาดเจ็บมากขึ้นเท่านั้น เพราะโซนนี้ เราไม่สามารถออกแรงไปให้ถึงมุมนั้นด้วยตนเองได้ ระบบประสาทสั่งการได้ไม่มีประสิทธิภาพ (์No control Zone)
ดังนั้นยิ่งเราไปฝึก Flexibility ยืดแบบ Passive static มากขึ้นเท่าไร Zone นี้ก็จะยิ่งกว้างออกไปเท่านั้น จึงควรฝึกแบบ Mobility แทน เพื่อเพิ่ม Active range
ประเด็นคือ ข้อความข้างต้นเป็นจริงหรือไม่?
ใครอยากอ่านเมนท์ไว้ ครบ 30 เมนท์จะมาเขียนให้อ่านกัน
โค้ชเป้ง
*แต่แนะนำให้ไปอ่านเรื่อง MOBILITY กับความหมายที่ถูกบิดเบือนก่อนก็อาจจะตอบคำถามข้างต้นนี้ได้
https://www.facebook.com/eztofit/posts/1422804839890485

*ส่วนใครอยากรู้แบบละเอียด และได้ทดลองปฏิบัติ ผมกับ ดร.กอล์ฟ Muscle Clinicz มีจัด workshop อ่านรายละเอียดได้ในคอมเมนท์

03/08/2026

งานวิจัยยืนยันการยืดไม่ช่วยป้องกันการบาดเจ็บในการเล่นกีฬา?

เลิกยืดกันเลยดีมั้ย ไปติดตามกัน

*ใครชอบการวิเคราะห์รายละเอียดงานวิจัย อยากมาทดลองปฏิบัติ ผมกับ ดร.กอล์ฟ Muscle Clinicz มีจัด workshop รายละเอียดในคอมเมนท์

หลายครั้งเราอาจเผลอหงุดหงิดผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเพราะความช้า งกๆเงิ่นๆ มองไม่ชัด หูตึง ฯลฯ ทำให้เราต้องสื่อสารด้วยลำบาก ต้...
29/07/2026

หลายครั้งเราอาจเผลอหงุดหงิดผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเพราะความช้า งกๆเงิ่นๆ มองไม่ชัด หูตึง ฯลฯ ทำให้เราต้องสื่อสารด้วยลำบาก ต้องรอคอยเพราะกว่าจะทำอะไรได้แต่ละอย่างก็ช้าเหลือเกิน

ซึ่งในสังคมผู้สูงอายุปัจจุบันหลายหน่วยงานต้องให้บริการผู้สูงอายุเป็นหลัก คงจะไม่ดีแน่ถ้าพนักงานไม่มีความเข้าใจในข้อจำกัดต่างๆอย่างแท้จริง
หลายหน่วยงานจึงใช้ ชุดจำลองสภาวะสูงอายุ เช่น ชุดที่มีสายรัดด้านหน้าที่ถูกดึงจนตึงเพื่อบังคับให้ฉันต้องเดินค่อมตัวตลอดเวลา สายรัดด้านหลังที่บังคับให้เหยียดขาตรงไม่ได้ มีแถบผ้าหนาพันรอบข้อศอกและหัวเข่าให้เคลื่อนไหวลำบาก มีปลอกคอแข็งๆ รัดคอไว้เพื่อจำลองอาการข้อติดและจำกัดการเคลื่อนไหว ถุงมือผ้าเพื่อลดความไวของการสัมผัส ที่อุดหูฟองน้ำลดการได้ยิน แว่นที่จำกัดการมองเห็น ฯ เพื่อให้พนักงานได้รับประสบการณ์ว่าผู้สูงอายุทั้งหลายต้องเผชิญกับอะไรอยู่ (จริงๆลูกหลานที่ดูแลปู่ย่าตายายที่บ้านก็น่ามาลองด้วย)

ในข่าวระบุว่า มีผู้เข้าร่วมบางคนถึงกับร้องไห้ออกมาระหว่างที่ต้องจำลองเป็นผู้สูงอายุ

ผมเคยเป็นหวัดขึ้นหูไม่ได้ยินอะไรไปหลายวัน เคยต้องใส่ที่ปิดตา ไม่ได้เอาแว่นมามองอะไรไม่ชัด แต่ถ้าให้เลือก กับการต้องใส่ชุดจำกัดความยืดหยุ่นแล้ว ผมคิดว่า การใส่ชุดจำกัดความยืดหยุ่นสร้างปัญหาให้ชีวิตมากที่สุดสำหรับผม (ใครเคยใส่เฝือกช่วงล่างก็น่าจะพอนึกออก)

โดยปัญหาความยืดหยุ่นต่ำ posture ไม่ดีส่งผลกับเรามากกว่าที่หลายคนคิด เช่นถ้าหลังค่อม

-ต้องเงยหน้าตลอดเวลา เพื่อจะมองไปข้างหน้า มองสิ่งที่สูงขึ้นไปก็ไม่ได้

- ทรงตัวไม่ไดี เดินด้วยตนเองลำบาก เพราะจุดศูนย์ถ่วงโน้มไปด้านหน้า ต้องใช้ไม้เท้า

- ขึ้นลงบันไดอันตราย โอกาสพลัดตกสูง

- ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ชักโครก รถด้วยตนเองลำบาก

- หยิบของที่สูงไม่ได้ ถ้าไหล่ติดก็อาจจะใส่เสื้อยืดเองลำบาก บางคนแค่จะหวีผมจัดทรงก็ไม่ได้

- หันคอไม่ได้ ต้องหันไปทั้งตัว

นี่แค่เรื่องการเคลื่อนไหวยังไม่ได้นับเรื่องคุณภาพชีวิตอื่นๆ เช่น ออกกำลังกายลำบากจึงทำให้อาการของโรคแย่ลง เสี่ยงหกล้มติดเตียง/เสียชีวิต ฯ
ตอนยังหนุ่มสาวเราอาจจะยังให้ความสำคัญกับ Flexibility น้อย บางทฤษฎีจะเอา Flexibility ออกจากสมรรถภาพทางกายหลักโดยข้อสรุปหลักๆ ที่เค้าให้เหตุผลนั่นก็คือ ในคนสุขภาพดี ความอ่อนตัวแทบไม่ได้ช่วยทำนายหรือส่งผลต่อสุขภาพและสมรรถภาพโดยรวม

แต่ล่าสุดทาง วิทยาลัยเวชศาสตร์การกีฬาแห่งสหรัฐอเมริกา (ACSM) ได้รวมตัวประชุมเหล่าผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสังคายนาและทบทวนโมเดลสมรรถภาพทางกายใหม่ในรายงาน "The Components of Physical Fitness: A Roundtable Statement by the American College of Sports Medicine"

โดยแม้ผลในด้านการทำนายอัตราการเสียชีวิตที่เคยโดนทักท้วงจะยังไม่ได้มีงานวิจัยยืนยันชัดเจนมากนัก แต่เนื่องจาก ACSM นั้นมองความเชื่อมโยงและส่งเสริมซึ่งกันและกันของสมรรถภาพทางกายแต่ละด้าน โดยความยืดหยุ่นนั้นก็มีความสำคัญโดยเฉพาะในด้านการปฏิบัติกิจวัตรประจำวัน ลดอาการบาดเจ็บและอาการปวด

การพัฒนาความยืดหยุ่นของร่างกายทำได้หลายวิธี มีงานวิจัยที่บอกว่าการยืดเหยียดไม่ช่วยในเรื่องการป้องกันและบรรเทาปัญหา Posture แต่ทำไมผมถึงไม่เห็นด้วยกับงานวิจัยนั้น ไปอ่านเหตุผลและลองดูชุดจำลองความแก่กันได้
https://www.facebook.com/reel/1627396475106223

ซึ่งเมืองไทยเองก็มี ชุดจำลองสถานการณ์การเป็นผู้สูงอายุ นอกจากจะนำมาให้พนักงานและลูกหลานที่มีหน้าที่ดูแลคนชรามาทดลองกันแล้ว ให้คนที่ไม่ค่อยดูแลสุขภาพมาทดลองกันก็น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีนะครับ

โค้ชเป้ง
*สำหรับใครที่สนใจว่าแล้วเราจะออกแบบโปรแกรมอย่างไร เลือกยืดด้วยท่าไหน ยืดแล้วเจ็บข้อต่อแต่ไม่ตึงกล้ามเนื้อจะแก้ไขอย่างไร ยืดแล้วย้วยจริงมั้ย ไปสวนสาธารณะไม่มีเสื่อโยคะยืดท่าไหนดี ยืดแล้วเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย อยากได้คำอธิบายทางสรีรวิทยา อยากมาทดลองปฏิบัติผมมีจัด workshop กับทาง ดร.กอล์ฟ Muscle Clinicz ใครสนใจอ่านรายละเอียดในคอมเมนท์หรือ inbox มาสอบถามกันได้นะครับ

คงไม่ใช่เพราะผมสอนไม่รู้เรื่องเนอะ 😅
28/07/2026

คงไม่ใช่เพราะผมสอนไม่รู้เรื่องเนอะ 😅

มีคนมาเรียนซ้ำ 3 คน สำหรับ workshop พัฒนาสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กและเยาวชนที่ผมจัด

บางคนเรียนออนไลน์แล้วมาลงปฏิบัติ อีกคนเคยลงปฏิบัติแล้วก็มาซ้ำอีกรอบ แต่รางวัลแฟนพันธ์แท้ต้องมอบให้ Coachboat Football มาเรียนกันเป็นรอบที่ 3 หลังจากเคยเรียนออนไลน์และปฏิบัติมาแล้ว

ใน workshop รอบนี้นอกจากจะมีการเพิ่มวันเน้น performance โดยโค้ชแจ้ วิทยากรและฟิตเนสโค้ชรับเชิญพิเศษ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยแล้ว ฝั่งผมก็มีเนื้อหาใหม่ๆอัพเดทกันอีกมากมาย

หลายคนคงคิดว่า เนื้อหาวิชาการมันจะมีอะไรเยอะแยะ ในมหาลัยอาจารย์บางคนใช้สไลด์เดิมสอนได้เป็นสิบๆปี

แต่เวลาผมทำคอร์สนั้น ไม่ใช่การนำตำราใดตำราหนึ่งมาสอน ตั้งแต่คลาสแรกผมมีการรวบรวมตำรา งานวิจัย ไกด์ไลน์ต่างๆ มาอธิบายให้ฟัง ถึงจุดร่วม และจุดที่ขัดแย้งกัน ให้คำแนะนำในการนำไปใช้จริง

ซึ่งทุกคลาสก็นำฟีดแบคคำถาม มาอัพเดทให้รุ่นต่อไป และเมื่อผมได้ไปทำโปรเจคใหม่ๆ ไปเข้าอบรมที่ได้พบผู้เชี่ยวชาญอื่นๆมากมาย เห็นบริบทและข้อจำกัดของเมืองไทย แน่นอนก็นำมาอัพเดทเรื่อยๆ

บางคำแนะนำที่เป็นเพียงประสบการณ์ ผมก็ไปหาทฤษฎีและงานวิจัยมาซัพพอร์ทเพิ่มให้

และถ้าดูจากโพสต์ที่แล้ว จะเห็นได้ว่า เมื่อผมจัด workshop กับใคร ก็จะผ่านการอภิปรายอย่างเข้มข้น ไม่ใช่มาต่างคนต่างสอน

สุดท้ายก็ขอขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกคนที่ให้การสนับสนุน และร่วมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการปฏิวัติวงการโค้ชกีฬาเด็กนะครับ 🙏

โค้ชเป้ง

workshop การพัฒนาสมรรถภาพเด็กและเยาวชน ฟีดแบคเป็นอย่างไรไปอ่านกันได้เลยครับ 😘
27/07/2026

workshop การพัฒนาสมรรถภาพเด็กและเยาวชน ฟีดแบคเป็นอย่างไรไปอ่านกันได้เลยครับ 😘

หรือเราควรเลิกทดสอบสมรรถภาพทางกาย ความอ่อนตัวด้วยการก้มแตะปลายเท้าแบบนี้เพราะเกณฑ์ที่ประเมินไม่แม่นยำ? ข้อเท็จจริงเดียว ...
24/07/2026

หรือเราควรเลิกทดสอบสมรรถภาพทางกาย ความอ่อนตัวด้วยการก้มแตะปลายเท้าแบบนี้เพราะเกณฑ์ที่ประเมินไม่แม่นยำ?

ข้อเท็จจริงเดียว ล้มล้างทฤษฎี ควรจะสามารถเปลี่ยนสิ่งที่ไม่มีประสิทธิภาพทำซ้ำต่อๆกันมาได้ทันที แต่ในโลกความเป็นจริงอาจจะไม่ง่ายแบบนั้น

ผมเคยโพสต์ว่า การก้มแตะปลายเท้าวัดความอ่อนตัวนั้นไม่มีประสิทธิภาพ ความแปรปรวนเยอะ ก็มีคนมาเมนท์ว่าเกณฑ์เหล่านี้หน่วยงานสถาบันระดับโลกใช้กันเยอะแยะ ผมเป็นใครมาบอกว่าวิธีนี้ไม่ดี

ตอนผมทำการประเมินแผนพัฒนากีฬาชาติ ในหัวข้อกีฬาพื้นฐาน มีตัวชี้วัดหนึ่งคือ เด็กไทยต้องมีสมรรถภาพทางกายผ่านเกณฑ์อย่างน้อย 80%

ซึ่งหนึ่งในสมรรถภาพทางกายเด็กพื้นฐานนั้นประกอบด้วย ความอ่อนตัว ซึ่งวัดด้วยการก้มแตะปลายเท้า แต่ผมทักท้วงว่าการประเมินแบบนี้ อาจจะไม่ได้เป็นตัวชี้วัดที่ดีเพราะ

มีความแปรปรวนสูง เนื่องจากแต่ละคนมีสัดส่วนร่างกายแตกต่างกัน บางคนแขนยาวมากลองเทียบกับความสูงตนเองดู เมื่อยามกางแขนซึ่งบางคนบางเชื้อชาติจะมี wing span นี้ยาวกว่าส่วนสูงได้ถึงหลายสิบเซนติเมตร ฉะนั้นนึกภาพแขนเรายาวคะแนนก็ได้เพิ่มมาง่ายๆโดยความอ่อนตัวไม่ได้ดี

หรือบางคนตัวยาวขาสั้นก็ทำให้ค่าออกมาดีได้ง่าย แต่ถ้าใครตัวสั้นขายาวก็จะได้ผลค่อนข้างแย่ (ถ้าพับมุมสะโพกได้เท่ากัน)

ซึ่งวันนี้ก็มีทาง acsm มายืนยันแล้วว่า การทดสอบนั่งงอตัวไปข้างหน้า (Sit and Reach Test) ผลการศึกษาพบว่าความเที่ยงตรง ของการวัดความอ่อนตัวในด้านต่างๆ นั้นยังมีความขัดแย้งกันอยู่ และปัจจัยหลายอย่างอาจส่งผลกระทบต่อผลการทดสอบได้ เช่น:
▪ ​การกางออกของสะบัก
▪ ​ความแตกต่างของความยาวแขนและกระดูกสันหลัง
▪ ​กลไกการชดเชยของร่างกาย
▪ ​ความแตกต่างของแต่ละบุคคลในการรับรู้ความสบาย/ความเจ็บปวด

ซึ่งในแบบทสอบสมรรถภาพทางกายสำหรับเด็กแบบใหม่ YFIT ก็ตัดเรื่องความอ่อนตัวไปเลยเช่นเดียวกัน

แต่เนื่องจากการอัพเดทแต่ละเรื่องต้องใช้เวลา

เราจึงอาจจะเห็นผลประเมินเด็กไทยสมรรถภาพด้านความอ่อนตัวตกเกณฑ์เกือบครึ่ง

นักกีฬาทีมชาติทดสอบสมรรถภาพทางกายออกมาแล้วต่ำกว่าเกณฑ์ ทั้งๆที่ทดสอบด้วยตัววัดที่ไม่มีประสิทธิภาพ วัดออกมาแล้วแย่ แต่ต่อให้ไปปรับปรุงก็อาจจะไม่ได้ทำให้เล่นกีฬาได้เก่งขึ้น วัดออกมาได้ไม่ตรงกับประเภทกีฬาที่นำไปใช้ ผลการวัดออกมาไม่ดีอาจจะส่งผลต่อการประเมินทีมโค้ช ตัวนักกีฬา เป็นต้น

หรือในบุคคลทั่วไป พอประเมินแล้วต่ำกว่าเกณฑ์ ก็อาจจะเจอคำแนะนำที่สร้างความหวาดกลัว เช่น ถ้าตึงขนาดนี้ปล่อยไว้ปวดหลังแน่ เป็นต้น

หรือในการวัดมุมข้อต่อเป็นองศา ก็ประสบปัญหาว่าไม่ได้มีความน่าเชื่อถือที่สม่ำเสมอเมื่อทำการวัดโดยผู้ประเมินหรืออุปกรณ์ที่แตกต่างกัน

แล้วเราจะประเมินความอ่อนตัวแบบไหนดี ประเมินไปเพื่ออะไร ท่าไหนบ้างที่จำเป็น วัดเพื่อประเมินตนเองไม่ต้องไปเทียบเกณฑ์ก็พอมั้ย ?

เพราะตอนนี้ก็มีคำถามเต็มไปหมดว่า
- flexibility ยังเป็นสมรรถภาพทางกายที่สำคัญมั้ย?
- การยืดเหยียดช่วยเรื่อง posture หรือเปล่า?
- การยืดป้องกันอาการบาดเจ็บได้หรือไม่?

ใครอยากรู้ไปอ่านเพิ่มเติมในคอมเมนท์ได้เลยครับ

โค้ชเป้ง
* ส่วนใครชอบเนื้อหาเจาะลึกแบบนี้ อยากมาเรียนรู้ และหาวิธีนำไปปฏิบัติ ใช้ได้จริง ผมมีจัด workshop 2 เรื่อง เจาะลึกการยืด และเรื่องการออกกำลังกายในเด็กรายละเอียดในคอมเมนท์เลยครับ

22/07/2026

เด็ก ป.6 ชั่วโมงพละเรียนเวทเทรนนิ่ง💪

ที่อยู่

96 ถนนชักพระ แขวงตลิ่งชัน
Taling Chan
10170

เบอร์โทรศัพท์

0865053927

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ Ez2fitผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Ez2fit:

ทางลัด

แชร์