ซูไฮมิง คลินิกการแพทย์แผนไทย/ตันหยงมัส/นราธิวาส

ซูไฮมิง คลินิกการแพทย์แผนไทย/ตันหยงมัส/นราธิวาส แพทย์​แผนไทยบัญฑิต
4 ใบประกอบวิชาชีพ -ทางด้านเวชกรรมไทย -เภสัชกรรมไทย -ผดุงครรภ์ไทย -นวดไทย

25/01/2026

25/1/69
วันนี้คลินิก เปิดให้บริการนะครับ

18/01/2026

สมุนไพรสู้โรค | กระเจี๊ยบแดง ลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด

กระเจี๊ยบแดง (Roselle) เป็นสมุนไพรที่ถูกนำมาบริโภคเป็นเครื่องดื่มในหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย และยังถูกนำมาใช้เป็นยาสมุนไพรสำหรับการรักษาโรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง ภาวะอ้วน ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคหลอดเลือดและหัวใจต่างๆ

🧪สารสำคัญในกระเจี๊ยบแดง
กระเจี๊ยบแดงมีสารสำคัญ คือ สารกลุ่มโพลีฟีนอล (polyphenols) ได้แก่
▪️ฟลาโวนอยด์ (flavonoids)
▪️กรดโพลีฟีโนลิก/ฟีโนลิก (polyphenolic/phenolic acids)
▪️แอนโธไซยานิน (anthocyanins) ซึ่งเป็นสารที่ทำให้กระเจี๊ยบมีสีแดง พบมากในกลีบเลี้ยง รองลงมาคือดอก/กลีบดอก และอาจพบได้ในใบ มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ ช่วยกำจัดสารพิษ ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยขับปัสสาวะ รวมทั้งสามารถลดความดันโลหิต ลดไขมันในเลือด (คลอเรสเตอรอล)

🚫ผลข้างเคียงและข้อควรระวัง
กระเจี๊ยบแดง เป็นสมุนไพรที่มีความปลอดภัยมากในการนำมาใช้ อย่างไรก็ตาม การบริโภคขนาดสูงมากเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้คาเอนไซม์ตับสูงผิดปกติ รวมถึงการเพิ่มกรดยูริกที่เมื่อสูงขึ้น จะสัมพันธ์กับอาการเกาต์ที่แย่ลง หรือทำให้มีความเสียงเป็นเกาต์ได้

นอกจากนี้ ไม่ควรรับประทานกระเจี๊ยบแดง ระหว่างที่กำลังได้รับ
• ยาลดความดันโลหิต HCTZ เพราะทำให้ระดับยาเพิ่มขึ้น
• ยาลดไข้ Paracetamol เพราะทำให้ยาหมดฤทธิ์เร็ว

🔬การศึกษาที่เกี่ยวข้อง
จากการตรวจสอบหลักฐานทางวิชาการเกี่ยวกับประสิทธิภาพของกระเจี๊ยบแดง ต่อปัจจัยเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด พบว่า
🔻ลดความดันโลหิต
- การรับประทานชาชงกระเจี๊ยบแดง* ในคนเป็นโรคความดันโลหิตสูง วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 42 วัน สามารถลดความดันโลหิตได้ดีกว่าคนเป็นโรคที่ไม่ได้รับประทาน
- การรับประทานสารสกัดจากกลีบเลี้ยงใบกระเจี๊ยบแดงที่มีสาร Anthocyanins 9.62 กรัม วันละ 1 ครั้ง ติดต่อกัน 4 สัปดาห์ ให้ผลการลดความดัน เทียบเท่าการได้รับยาลดความดัน captopril 25 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง แต่ให้ผลแย่กว่าเมื่อเทียบกับยา lisinopril

🔻ลดไขมันในเลือด
- การรับประทานสารสกัดจากกลีบเลี้ยงกระเจี๊ยบแดง 100 มิลลิกรัม/วัน เป็นเวลา 30 วัน สามารถเพิ่มระดับไขมันดี HDL-C ได้ โดยถ้าคนปกติรับประทานจะช่วยลดระดับไขมันไตรกลีเซอไรด์ แต่ถ้าคนที่มีภาวะอ้วนลงพุง หรือ metabolic syndrome รับประทานจะได้ผลลดระดับไขมัน LDL-C แทน
- ในคนที่ภาวะไขมันในเลือดสูง (Hyperlipidemia) การรับประทานสารสกัดจากใบกระเจี๊ยบแดง ขนาด 500 มิลลิกรัม และในคนที่เป็นเบาหวาน การรับประทานชาชงกระเจี๊ยบแดง* วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 90 วันและ 30 วัน ตามลำดับ ช่วยลดระดับไขมัน LDL-C และไตรกลีเซอไรด์ได้

*ชาชง เตรียมโดยกลีบเลี้ยงแห้ง 2.25 กรัม ในน้ำร้อน 240 มิลลิลิตร

🔖เอกสารอ้างอิง
- Hopkins AL, Lamm MG, Funk JL, Ritenbaugh C. Hibiscus sabdariff L. in the treatment of hypertension and hyperlipidemia: a comprehensive review of animal and human studies. Fitoterapia. 2013;85:84-94.

🔖จัดทำโดย
นศภ.จารุกิตติ์ นิลภักดี นักศึกษาเภสัชศาสตร์ชั้นปีที่ 6 มหาวิทยาลัยมหิดล

#สมุนไพรสู้โรค #กระเจี๊ยบแดง #ความดันโลหิตสูง #ไขมันในเลือดสูง #สมุนไพรอภัยภูเบศร #อภัยภูเบศร

พร้อมเปิดให้บริการ 16 มกราคม เป็นต้นไป สำหรับรับผู้มีสิทธิบัตรทอง30บาทนะครับ
15/01/2026

พร้อมเปิดให้บริการ 16 มกราคม เป็นต้นไป สำหรับรับผู้มีสิทธิบัตรทอง30บาทนะครับ

แจ้งประชาชนทราบ
12/01/2026

แจ้งประชาชนทราบ

สมุนไพรป้องกัน NCDs
15/09/2025

สมุนไพรป้องกัน NCDs

สมุนไพรสู้โรค | สมุนไพรป้องกันโรค NCDs (เบาหวาน ความดัน ไขมัน)

NCDs กลุ่มโรคไม่ติดต่อ เป็นโรคที่เกิดจากพฤติกรรม ที่สร้างความตื่นตระหนกในสังคมทั่วโลก เพราะทำให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตอย่างมหาศาล แถมยังมีค่าใช้จ่ายเพื่อการรักษาประชาชนในแต่ละประเทศสูงลิ่วอีกด้วย

ตัวอย่างของโรค NCDs ได้แก่ โรคทางระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเบาหวาน โรคมะเร็งต่างๆ โรคระบบทางเดินหายใจเรื้อรัง เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ถุงลมโป่งพอง โรคไตเรื้อรัง โรคอ้วนลงพุง โรคตับแข็ง โรคสมองเสื่อม

⚠️ พฤติกรรมเสี่ยง...ตัวการก่อโรค NCDs
สาเหตุหลักสำคัญของกลุ่มโรค NCDs คือพฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ในการดำเนินชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการรับประทานอาหารรสจัด เช่น หวานจัด เค็มจัด อาหารที่มีไขมันสูง อาหารปิ้งย่าง การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ การไม่ออกกำลังกาย การนอนดึก การมีความเครียดสูง การรับประทานยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เป็นต้น ดังนั้น คนที่มีพฤติกรรมการดำเนินชีวิตเช่นนี้ จึงมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรค NCDs ได้มากกว่าคนอื่นๆดังนั้น การเตรียมความพร้อมในการรับมืออาจจะไม่ใช่คำตอบ แต่เราอาจต้องเปลี่ยนกลวิธีการรับมือกับโรค NCDs โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างให้ห่างจากโรค NCDs แทน

✔️ ปรับพฤติกรรม ลดความเสี่ยงโรค NCDs
การป้องกันโรค NCDs ทำได้ง่ายๆ โดยเริ่มจากตัวเรา นั่นก็คือ การปรับพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เช่น
- รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ เน้นการรับประทานผักและผลไม้
- หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสหวานจัด เค็มจัด อาหารมัน รวมถึงอาหารปิ้งย่าง
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อย 30 นาที/ครั้ง สัปดาห์ละ 5 ครั้ง
- งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
- งดสูบบุหรี่
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- ผ่อนคลายความเครียด
- ตรวจสุขภาพประจำปีอย่างสม่ำเสมอ
- รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ไม่ซื้อยารับประทานเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
- หากมีอาการผิดปกติใดๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์

ในทางการแพทย์แผนไทย ระบุว่า โรคเรื้อรังเกิดจากความไม่สมดุลของธาตุทั้ง 4 ในร่างกาย เช่น โรคความดันโลหิตสูง เกิดจากความร้อนจากธาตุไฟพัดพาธาตุลม และธาตุน้ำ ส่งผลให้แรงดันเลือดผิดปกติ ถ้าปล่อยไว้นานๆ จะกลายเป็นลมอัมพฤกษ – อัมพาต ทำให้การรักษายุ่งยาก และสุดท้ายก็จะกลายเป็นอัมพาตแทนได้

🌿สมุนไพรป้องกันโรค NCDs
1. #กระเจี๊ยบแดง ลดไขมัน รักษาความดันโลหิตสูง
กลีบเลี้ยงดอกกระเจี๊ยบ มีสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanin) ซึ่งจัดเป็นสารแอนติออกซิแดนท์ และสามารถลดไขมันในเลือดได้ มีรายงานวิจัยระบุว่า การกินสารสกัดจากดอกกระเจี๊ยบ 2 แคปซูล ระหว่างมื้ออาหาร วันละ 3 ครั้ง นาน 4 สัปดาห์ ระดับคอเลสเตอรอลลดลงภายใน 2 สัปดาห์

นอกจากนี้ กระเจี๊ยบแดงยังช่วยขับปัสสาวะ รักษาระดับความดันเลือด และฆ่าเชื้อในทางเดินปัสสาวะ เพราะฤทธิ์ของความเปรี้ยวที่มีลักษณะเป็นกรด เป็นสารฆ่าเชื้อได้เป็นอย่างดี

🔸วิธีกิน : ใช้กลีบดอกกระเจี๊ยบแดงแห้ง 3 กรัม บดเป็นผง หรือดอกแห้งชงกับน้ำเดือด 300 มิลลิลิตร ดื่มวันละ 3 ครั้ง เช้า กลางวัน เย็น

2. #ดอกคำฝอย ป้องกันไขมันอุดตัน
ดอกคำฝอย มีสารสีเหลืองส้ม ที่คนโบราณใช้ในการแต่งสีอาหาร มีรายงานวิจัยระบุว่า น้ำมันดอกคำฝอย สามารถป้องกันไม่ให้ระดับคอเลสเตอรอลสูง และป้องกันการอุดตันของไขมันในเส้นเลือดได้

🔸วิธีกิน : ใช้ดอกแห้งปริมาณ 1 หยิบมือ ต้มหรือชงกับน้ำเดือด แล้วดื่ม

⛔️ ข้อควรระวัง : การใช้น้ำมันดอกคำฝอย อาจชะลอการแข็งตัวของเลือด ห้ามใช้ในสตรีมีครรภ์ ผู้ที่มีภาวะเลือดออกมากผิดปกติ แผลในกระเพาะอาหาร และประจำเดือนมามากผิดปกติ เพราะจะทำให้เลือดออกมากขึ้นกว่าเดิมได้

3. #ใบหม่อน รักษาระดับน้ำตาลในเลือด
จากรายงานวิจัยระบุว่า สารสกัดสารใบหม่อนด้วยน้ำร้อน สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือด และสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดหลังกินอาหารได้ อีกทั้ง ไม่พบอาการข้างเคียงอีกด้วย

🔸วิธีกิน : ใช้ใบแห้งหรือสด ปริมาณ 1 หยิบมือ ต้มหรือชงกับน้ำเดือด แล้วดื่มวันละ 1-2 ครั้ง

⛔️ ข้อควรระวัง : ระวังการใช้ร่วมกับยารักษาเบาหวาน เพราะใบหม่อนอาจจะไปเสริมฤทธิ์ยา ทำให้น้ำตาลลดต่ำเกินไป

4. #มะระขี้นก ปรับฮอร์โมนอินซูลิน
รสขมของมะระขี้นก สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้น เพราะจะเข้าไปช่วยลดระดับการใช้ฮอร์โมนอินซูลินในร่างกาย

🔸วิธีกิน : กินมะระสด มื้อละ 2 ผล หรือกินในรูปแบบของชาชง

⛔️ ข้อควรระวัง : ห้ามกินเมล็ดผลสุกของมะระขี้นก เพราะมีพิษ และการใช้ร่วมกับยารักษาเบาหวาน อาจจะทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำได้

5. #ปัญจขันธ์ ลดการดูดซึมน้ำตาล
ปัญจขันธ์ มีอีกชื่อเรียกว่า เจียวกู่หลาน มีสารสำคัญที่กระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนอินซูลินจากเบต้าเซลล์ของหนูในหลอดทดลอง ทำให้มีความทนต่อกลูโคสดีขึ้น ไม่ทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ และไม่พบอาการข้างเคียง

🔸วิธีกิน : ใช้ชาปริมาณ 3 กรัม ชงกับน้ำร้อน ดื่มวันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้าและเย็น

⛔️ ข้อควรระวัง : ไม่ควรใช้ร่วมกับยาต้านเกล็ดเลือด เช่น แอสไพริน เนื่องจากอาจจะไปเสริมฤทธิ์ของยา ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเลือดออก

6. #ผักเชียงดา ดีท็อกซ์น้ำตาล
ปัจจุบัน ญี่ปุ่นได้วิจัยและจดสิทธิบัตรผักเชียงดาในรูปแบบอาหารและชาชงสุขภาพ เพื่อช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในผู้ป่วยเบาหวานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะพบว่า ผักเชียงดา มีสารจิมนีมิค เอซิด (Gymnemic acid) ที่ช่วยลดการดูดซึมน้ำตาลกลูโคส และทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง

🔸วิธีกิน : ใช้ชาปริมาณ 3 กรัม ชงกับน้ำร้อนดื่ม วันละ 1-2 ครั้ง

🔖 ข้อมูลอ้างอิง
- https://cheewajit.com/body/165393.html
- https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/may-2016/ncds-non-communicable-diseases-symptoms-prevention

🔖เรื่องโดย นางสาวพิชญ์นภา อินแตง

#สมุนไพรสู้โรค #โรคเรื้อรัง #เบาหวาน #ความดัน #ไขมัน #สมุนไพรอภัยภูเบศร #อภัยภูเบศร

29/04/2025

นวดรักษา #ปวดหลังอย่าให้ปวดใจ😁

21/04/2025

📌 ก่อนจะนวด... อย่าลืมดู “ข้อห้าม” เหล่านี้กันก่อนนะคะ!
#โพสต์ให้ความรู้โดยคลินิกแพทย์แผนไทย

🪷 การนวดแผนไทยช่วยคลายปวดเมื่อย ฟื้นฟูร่างกายได้ดี
แต่! ก็มีบางกรณีที่ "ไม่ควรนวดเด็ดขาด" เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง 👇
🚫 ข้อห้ามในการนวด (ห้ามเด็ดขาด!)
❌ มีไข้สูง / ติดเชื้อ / ร่างกายอักเสบ
❌ แผลเปิด / ผิวหนังอักเสบ
❌ หญิงตั้งครรภ์ใน 3 เดือนแรก
❌ โรคมะเร็งระยะลุกลาม
❌ กระดูกพรุนรุนแรง / เส้นเลือดโป่งพอง
⚠️ ข้อควรระวัง (นวดได้ แต่ต้องประเมินก่อน)
🔸 ความดันโลหิตสูง / โรคหัวใจ
🔸 หญิงตั้งครรภ์หลัง 3 เดือน
🔸 หลังรับประทานอาหารอิ่มใหม่ๆ
🔸 ผู้สูงอายุ / เด็กเล็ก / ผู้ป่วยพักฟื้น
🔸 เคยผ่าตัด / ใส่เหล็ก หรือข้อเทียม

Send a message to learn more

21/04/2025

📌 “ปวดหลัง” ไม่ใช่แค่เมื่อยธรรมดา! ระวังนะ…อาจสะสมจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง!
#โพสต์ให้ความรู้โดยคลินิกแพทย์แผนไทย

🌿 สาเหตุที่พบบ่อยของอาการปวดหลัง: – ท่านั่งผิด นานๆ โดยไม่เปลี่ยนท่า
– ยกของหนัก โดยไม่งอเข่า
– ลมในเส้น (จากอาบน้ำกลางคืน/โดนลมแรง)
– กล้ามเนื้อตึงจากความเครียดสะสม
– ออฟฟิศซินโดรม

😣 อาการที่ควรสังเกต: – ปวดตึงบริเวณเอว สะบัก หรือหลังกลาง
– ปวดร้าวไปขา หรือขาชา
– ปวดเฉพาะช่วงเช้าหรือหลังเลิกงาน

🪷 แพทย์แผนไทยช่วยได้! ✅ นวดรักษา คลายจุดตึง
✅ ประคบสมุนไพร ลดอักเสบ
✅ อบสมุนไพร เปิดทางเดินลม
✅ ยาสมุนไพรเฉพาะบุคคล ฟื้นฟูจากภายใน
💬 ปรึกษาเราได้ฟรี!
📞 โทร: [081-0045715/0630874254]
📲 แอดไลน์: [081-0045715]
📍 [ที่ตั้งคลินิก 88/1 หมู่ที่7 ถนนเทศบาล11 ต.ตันหยงมัส อ.ระแงะ จ.นราธิวาส]
✨ โปรพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ เดือนนี้เท่านั้น!

#แพทย์แผนไทย #ปวดหลัง #นวดแผนไทย #ประคบสมุนไพร #คลินิกสมุนไพร #สุขภาพดีแบบไทยๆ

Send a message to learn more

ที่อยู่

88/1 ม. 7 ถ. เทศบาล 11
Tanyong Mat
96130

เวลาทำการ

จันทร์ 17:00 - 20:00
อังคาร 17:00 - 20:00
พุธ 17:00 - 20:00
พฤหัสบดี 17:00 - 20:00
เสาร์ 08:30 - 16:30
อาทิตย์ 08:30 - 16:30

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ซูไฮมิง คลินิกการแพทย์แผนไทย/ตันหยงมัส/นราธิวาสผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

ทางลัด

แชร์