บ้านฝึกพูด

บ้านฝึกพูด ให้บริการทั้งผู้ใหญ่และเด็กที่มีปัญหาด้านภาษาและการพูด เสียงผิดปกติ และปัญหากลืนลำบาก

https://www.facebook.com/share/18ZavFj9nv/?mibextid=wwXIfr
01/06/2026

https://www.facebook.com/share/18ZavFj9nv/?mibextid=wwXIfr

คู่มือการฟื้นฟูสภาพในกิจกรรมการรับประทานอาหารสำหรับเด็กพิการทางสมอง

ขอขอบคุณ
สถาบันราชานุกูล
กรมสุขภาพจิต
กระทรวงสาธารณสุข

https://drive.google.com/file/d/1eBMXcVyx1O7-zrQNEYHfyCAsWhlymff7/view?usp=drivesdk

https://www.facebook.com/share/p/1BiHdDadYy/?mibextid=wwXIfr
26/05/2026

https://www.facebook.com/share/p/1BiHdDadYy/?mibextid=wwXIfr

วันนี้เรามาเรียนรู้ท่าบริหารกล้ามเนื้อการกลืนง่าย ๆ กันค่ะ ทำได้ที่บ้าน เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาการกลืน หรืออยากดูแลกล้ามเนื้อช่องปากและลำคอให้แข็งแรง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ 👴👵

ท่าที่ 1 — Tongue Exercise (ออกกำลังลิ้น)

เป้าหมาย: เพิ่มความแข็งแรงของลิ้น ช่วยเคี้ยวและดันอาหารลงคอได้ดีขึ้น

วิธีทำ:
1. แลบลิ้นแตะมุมปากซ้าย-ขวา ค้างไว้ข้างละ 3 วินาที
2. ดันปลายลิ้นขึ้นแตะเพดานปาก (หลังฟันหน้า) แน่นที่สุด ค้างไว้ 5 วินาที
3. ใช้ลิ้นดันกระพุ้งแก้มออกข้าง แล้วใช้มือกดต้านจากนอก สลับซ้าย-ขวา

⏱ ท่าละ 5–10 ครั้ง วันละ 2–3 รอบ

ท่าที่ 2 — CTAR (ก้มคางต้านแรง)

เป้าหมาย: เพิ่มกล้ามเนื้อใต้คาง ช่วยให้หูรูดหลอดอาหารเปิดได้ดีขึ้น กลืนได้ง่ายขึ้น

อุปกรณ์: ลูกบอลยางนิ่มขนาดเท่าลูกเทนนิส หรือหมอนใบเล็ก

วิธีทำ:
1. นั่งตัวตรง วางลูกบอลหรือหมอนไว้ใต้คาง
2. ออกแรงก้มคางลงหนีบลูกบอลให้แน่นที่สุด
3. แบบค้าง: หนีบแน่นๆ ค้างไว้ 10–30 วินาที แล้วคลายออก
4. แบบทำซ้ำ: หนีบ-ปล่อย สลับกันเป็นจังหวะ 20–30 ครั้ง

⏱ ทำวันละ 2–3 รอบ

ท่าที่ 3 — Shaker Exercise (ยกศีรษะขณะนอนหงาย)

**ท่านี้อาจเหนื่อยเกินไปสำหรับผู้สูงอายุ ควรปรึกษาแพทย์ก่อน**

เป้าหมาย: เปิดช่องคอให้กว้างขึ้น ลดเศษอาหารตกค้างในลำคอหลังกลืน

วิธีทำ:
1. นอนหงายราบบนพื้นหรือเตียง ไม่หนุนหมอน วางแขนข้างลำตัว
2. ยกเฉพาะศีรษะขึ้นมามองปลายเท้า ห้ามยกไหล่หรือหน้าอก
3. แบบค้าง: ค้างไว้ 30–60 วินาที แล้ววางลง พักเท่ากับเวลาที่ค้าง
4. แบบทำซ้ำ: ยกขึ้น-วางลงทันที ต่อเนื่องกัน 30 ครั้ง

⏱ ทำ 3 รอบ/วัน ต่อเนื่องอย่างน้อย 6 สัปดาห์

⚠️ หากมีอาการปวดคออย่างรุนแรง หรือมีปัญหาเรื่องกระดูกคอเสื่อม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ

ท่าที่ 4 — Jaw Opening Exercise (อ้าปากต้านแรง)
เป้าหมาย: เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขากรรไกร ช่วยให้อ้าปากได้กว้างขึ้น เคี้ยวและกลืนได้ดีขึ้น

วิธีทำ:
นั่งตัวตรง วางนิ้ว 2–3 นิ้วไว้ใต้คาง (หรือใช้มือทั้งสองประกบเบาๆ)
ออกแรงอ้าปากลงช้าๆ ต้านแรงมือที่กดรับไว้
อ้าปากให้กว้างที่สุดเท่าที่ทำได้ ค้างไว้ 3–5 วินาทีค่อยๆ หุบปากกลับ แล้วทำซ้ำ

⏱ 10 ครั้ง วันละ 2–3 รอบ

⚠️ ไม่ควรฝืนอ้าปากจนเจ็บ หากมีอาการปวดข้อขากรรไกร (TMJ) ควรปรึกษาแพทย์ก่อน

🎵 ท่าเสริม — Pitch Glide (ไล่เสียงสูง-ต่ำ)

เป้าหมาย: บริหารกล้ามเนื้อกล่องเสียงและลำคอ ช่วยให้การกลืนประสานงานกันได้ดีขึ้น และลดความเสี่ยงสำลัก
วิธีทำ:

สูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วออกเสียง "อา" หรือ "อี" ในระดับเสียงต่ำสุดที่ทำได้
ค่อยๆ ไล่เสียงขึ้นไปสูงสุดเท่าที่ทำได้ (เหมือนร้องเพลงขึ้นสเกล)แล้วไล่เสียงกลับลงมาต่ำสุดอีกครั้ง (ลงสเกล) ทำต่อเนื่องแบบลื่นไหล ไม่กระตุก

⏱ 5–10 ครั้ง วันละ 2–3 รอบ

💡 เคล็ดลับ: ลองทำหน้ากระจกเพื่อสังเกตการเคลื่อนไหวของลำคอขณะออกเสียง

✅ ควรทำสม่ำเสมอ — เพื่อผลลัพธ์ที่ดี
✅ ไม่ฝืน — หากเจ็บ ปวด หรือเวียนศีรษะ หยุดพักทันที
✅ ปลอดภัย — ฝึกในท่าทางที่มั่นคงและถูกต้อง

แชร์ให้คนที่บ้านได้อ่านด้วยนะคะ ❤️

---

#กลืนลำบาก #ผู้สูงอายุ #บริหารกล้ามเนื้อ

18/10/2025

🔥แจกฟรีค่ะ !! นิทานสระ 18 เล่ม ....
💥ดาวโหลดไฟล์ใต้คอมเม้นท์

29/08/2025

Club Sunday EP.48 "การเล่น" เพื่อส่งเสริมการสื่อสาร ✅ ✅
📅วันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม 2568
⏰เวลา 20:00-21:10 น.
💻 FB Fanpage สมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย และ 📲YouTube Spedthailand

🧨เด็กพิเศษ ต้อง "สนุก" จึงจะอยากสื่อสาร👦
🧨เด็กพิเศษ จะอยากคุย ถ้าเป็น "เรื่องที่เขาสนใจ" 🧒😣
👉👉 สัปดาห์นี้ มาเรียนรู้เทคนิค "การชวนคุย" เพื่อให้เด็กพิเศษอยากสื่อสารกับครูและผู้ปกครองมากขึ้นค่ะ🎯🎯🎯
👩‍🏫 แขกรับเชิญ อ.นิโคล เบนเดอร์ (ครูนิโคล) ผู้เชี่ยวชาญด้านการสอนเด็กพิเศษที่สื่อสารได้น้อย
🗣ดำเนินรายการโดย อ.จเร ฤทธิ์แก้ว (ครูป๊อป)
🤟ถ่ายทอดภาษามือโดย อ.ณัฐมาศ ชัยวัฒนกุลวานิช (ครูจี๊ด)
#ครูวิเศษสอนเด็กพิเศษ #เด็กพิเศษที่มีปัญหาเรื่องการสื่อสาร #การสอนเด็กพิเศษ #การศึกษาพิเศษ #สมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย

‼️ฟรี👉พบกันที่ FB สมาคมครูการศึกษาพิเศษไทย 👉 มารับความรู้เรื่องการสอนนักเรียนที่หลากหลายและเด็กพิเศษ ทุกวันอาทิตย์สิ้นเดือนค่ะ

08/08/2025
 #พัฒนาการภาษาและการพูด
02/08/2025

#พัฒนาการภาษาและการพูด

29/07/2025

แนวทาง “เลิกขวดนม – เลิกจุกนมหลอก”
เหมาะสำหรับพ่อแม่ที่ต้องการช่วยให้ลูกก้าวข้ามช่วงเปลี่ยนผ่านนี้อย่างปลอดภัยและมั่นคง

🧠 พัฒนาการที่เกี่ยวข้อง

1. พัฒนาการทางการกินและการพูด
• เด็กวัย 1 ขวบขึ้นไป เริ่มควบคุมการกลืน การใช้ลิ้นและริมฝีปากได้ดีขึ้น
• การดูดขวดหรือจุกนมต่อเนื่องไปนาน อาจรบกวนการพัฒนาทักษะการพูด เช่น พูดไม่ชัด, ออกเสียงลำบาก
• ช่วงอายุนี้ เด็กควรเริ่มฝึกการใช้ “แก้วหัดดื่ม” เพื่อส่งเสริมกล้ามเนื้อมัดเล็ก ปาก และนิ้วมือ

2. พัฒนาการทางอารมณ์
• เด็กใช้ขวดนม/จุกนมเป็นสิ่งปลอบใจ (comfort)
• เมื่อเจอการเปลี่ยนแปลง เช่น แม่ไปทำงาน ย้ายบ้าน หรือต้องนอนคนเดียว เด็กจะยิ่งผูกพันกับขวด/จุกมากขึ้น
• การเลิกขวดหรือจุก = การสูญเสียที่ต้อง “โอบรับ” ไม่ใช่ “ตัดทิ้ง”

🧩 พฤติกรรมที่พบบ่อยในช่วงเลิกขวด/เลิกจุก
• ต่อต้าน ร้องไห้ เมื่อไม่ได้ขวดตอนง่วงหรือตื่นนอน
• กัดเล็บ กัดเสื้อ หรือหาสิ่งของอื่นมาดูดแทน
• หงุดหงิดง่าย เพราะยังจัดการอารมณ์ไม่เป็น
• เรียกร้องให้แม่อยู่ใกล้มากขึ้น เพราะต้องการความมั่นคงทางใจ

✅ แนวทางช่วยเด็กเลิกขวด/จุก ตามพฤติกรรมและพัฒนาการ

1. สังเกต “จังหวะที่ใช่”
• เด็กเริ่มกินอาหารอ่อนด้วยช้อน แสดงว่าเริ่มควบคุมกล้ามเนื้อปากได้แล้ว
• หากลูกมีพัฒนาการช้าหรือพูดช้า อาจชะลอการเลิกไปก่อน พร้อมทำควบคู่กับการฝึกพูด

2. ลดพฤติกรรมผูกพันทีละน้อย
• เปลี่ยนจาก “ขวด” → “แก้วหัดดื่ม” หรือ “หลอด”
• จำกัดเวลาใช้ เช่น เฉพาะตอนนอนเท่านั้น
• เปลี่ยนสภาพสิ่งของ เช่น เปลี่ยนรสชาติ ลดปริมาณ หรือหุ้มขวดให้น่าถือน้อยลง

3. ใช้ทักษะการเลี้ยงดูเชิงบวก
• ยืนยันด้วยน้ำเสียงมั่นคง: “ตอนนี้เราดื่มนมจากแก้วกันแล้วนะ”
• สร้างกิจวัตรก่อนนอนใหม่ เช่น อ่านนิทาน ร้องเพลง แทนการดูดขวด
• ให้ “comfort item” แทน เช่น ตุ๊กตา ผ้าห่มตัวโปรด
• ชมทุกครั้งที่ลูกไม่เรียกหา เช่น “วันนี้หนูเก่งมากเลย ดื่มนมจากแก้วเองแล้ว!”

4. เตรียมใจและอารมณ์ผู้ปกครอง
• อย่ากลัวการร้องไห้ของลูก มันคือการปรับตัว
• อย่ากลับไปให้ขวด/จุกเพราะสงสาร
• ให้เวลากับลูกมากขึ้นช่วงนี้ เช่น เล่นด้วย กอดบ่อยขึ้น

การเลิกขวดนม/จุกนมหลอก ไม่ใช่แค่เรื่องนิสัย แต่เกี่ยวข้องกับ
• พัฒนาการการกิน การพูด
• การควบคุมอารมณ์
• ความมั่นคงทางใจของเด็ก

ควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป สม่ำเสมอ และอ่อนโยน โดยให้ “ความรัก + ความเข้าใจ” มากกว่าการเร่งเร้า หรือใช้รางวัลลงโทษ

ลงทะเบียนประเมินพัฒนาการ หรือ ฝึกพัฒนาการ happy kids ทัก inbox
คลินิกพัฒนาการเด็ก Happy kids
Happy kids center ศูนย์ส่งเสริมศักยภาพเด็ก
Happy kids play ส่งเสริมพัฒนาการเด็กร้อยเอ็ด

🌼บ้านฝึกพูด🌼ยินดีให้บริการฟรีสำหรับชาววารินชำราบที่มีปัญหา  🍃เด็กพัฒนาการทางภาษาและการพูดล่าช้า  🍄เด็กพูดไม่ชัด   🍃พูดติ...
01/04/2025

🌼บ้านฝึกพูด🌼
ยินดีให้บริการฟรีสำหรับชาววารินชำราบที่มีปัญหา
🍃เด็กพัฒนาการทางภาษาและการพูดล่าช้า
🍄เด็กพูดไม่ชัด
🍃พูดติดอ่าง
🍄ปากแหว่งเพดานโหว่มีปัญหาเรื่องพูด
🍃ผู้ป่วยเส้นเลือดสมองตีบ/แตกแล้วมีปัญหาภาษาและการพูด
🍄เสียงแหบ/เสียงผิดปกติ
🍃ผ่าตัดกล่องเสียงพูดไม่ได้
🍄กลืนลำบาก

🎋 “บ้านฝึกพูด” ยินดีให้คำปรึกษาและฝึกพูด
🌸ติดต่อ 📞089-6191852
Line ID: smile_pu

02/02/2025

ทุกเช้าก่อนนำโจ๊กมาให้หลานรัก
ด้วยความหวังดีคุณย่าจะเปิดพัดลม
เพื่อเป่าโจ๊กร้อนๆ ให้เย็นก่อนเสมอ
เด็กชายได้โจ๊กมาก็เริ่มตักคำโตเข้าปากโดยไม่ลังเล
โจ๊กที่ย่านำมาให้ "อุ่นกำลังดีเสมอ"
เขาไม่เคยรู้เลยว่า "โจ๊กร้อนๆ เป็นยังไง"
วันหนึ่งคุณย่าไม่อยู่
พี่ที่บ้านจึงเป็นคนนำโจ๊กมาให้แทน
วันนี้ไม่มีใครเป่าโจ๊กให้เย็นก่อน
เด็กชายใช้ช้อนตักคำโตเหมือนเช่นเคย
แต่ครานี้เขาถึงกับร้องลั่นเพราะความร้อน
โจ๊กลวกลิ้นของเขา
เด็กชายรีบคว้าน้ำมาดื่มทันที
พี่รีบบอกเขาว่า "กินเข้าไปได้ยังไงร้อนขนาดนี้ ทำไมไม่เป่าก่อน"
วันนั้นเด็กชายตกใจมากที่โจ๊กร้อนจัด
เขาไม่เคยรู้เลยว่าต้องระวังและเป่าก่อนกิน
ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า "เป่า" คืออะไรและต้องทำยังไง
บางครั้งผู้ใหญ่หวังดีกับเด็กๆ
แต่ความหวังดีนั้นกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เด็ก
พลาดโอกาสในการเรียนรู้สิ่งที่จำเป็นในชีวิต
เด็กหลายคนจึงกลายเป็นเด็กขาดประสบการณ์
เพราะผู้ใหญ่หวังดีช่วยทำทุกอย่างให้จนเกินไป
**********
"ข้อคิดจากโจ๊กร้อนๆ"
แทนการทำให้และปกป้องเขาจากสิ่งที่ต้องเผชิญ
เราควรสอนให้เขาระวังและสอนเขาว่าต้องทำอย่างไร
เพื่อจะทำได้ด้วยตัวเอง
ดังนั้นแทนที่เราจะเป่าอาหารร้อนให้เด็กๆ
เพื่อจะได้กินอย่างสะดวก
เราควรสอนให้เด็กๆ ระวัง
ให้เขาสังเกตควันจากอาหาร
ให้เขาใช้มืออังที่ชามว่าร้อนไหม
และเป่าอาหารร้อนๆ ก่อนกินเสมอ
ไม่ใช่แค่เพียงโจ๊กร้อนๆ
อะไรที่เด็กๆ จำเป็นต้องเผชิญ
แม้จะทำไม่ได้เองในวันนี้
เราควรสอนเขาว่าต้องทำอย่างไร
(1) ทำให้เขาดู
(2) พาเขาทำ (จับมือทำ)
(3) ทำด้วยกัน
(4) และปล่อยให้เขาทำเอง
ค่อยๆ ฝึกฝน
ค่อยๆ ทำตาม
เด็กๆ จะเรียนรู้และทำได้แน่นอนในวันหนึ่ง
แต่ถ้าไม่สอนเขาวันนี้ เขาจะไม่รู้เลยว่าต้องทำอย่างไรในวันที่ไม่มีเรา
อย่าทำให้ในสิ่งที่เด็กทำได้
อย่าทำให้เพียงเพราะมันสะดวกสบายกว่า
อย่าทำให้เพียงเพราะเราอดทนรอไม่ได้
อย่าทำให้เพียงเพราะเราอยากให้ผลลัพธ์ออกมาดี
ขอให้จำไว้ว่า “ทุกครั้งที่เด็กทำ คือโอกาสในการเรียนรู้
ประสบการณ์ที่มากขึ้น มาพร้อมทักษะที่มากขึ้น”
ในขณะเดียวกัน
ถ้าเด็กควรทำสิ่งใดได้ในวัยของเขา
แต่เขายังทำไม่ได้ ให้เราสอนเขา
สอนทุกครั้งที่มีโอกาส
สอนซ้ำๆ ทำย้ำๆ
เด็กแค่ละคนเรียนรู้ช้าเร็วไม่เท่ากัน
แต่เรียนรู้ได้ทุกคน
**********
"เด็กทุกคนมีศักยภาพมากกว่าที่เราคิด
ขอเพียงเราให้โอกาสเด็กๆ ลงมือทำ
ที่สำคัญอย่าลืมว่าเราปกป้องเขาไม่ได้ตลอดชีวิต
สอนให้เขาระวังและทำด้วยตัวเองในวันนี้
เพื่อที่เขาจะทำได้ด้วยตัวเองในวันหน้า"
ด้วยรักจากใจ
เม
เพจตามใจนักจิตวิทยา

ที่อยู่

Ubon Ratchathani
34190

เวลาทำการ

พุธ 18:00 - 19:30
เสาร์ 09:00 - 12:00

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ บ้านฝึกพูดผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์