"เฮือนซายโท่ง" เป็นภาษาอีสาน แปลว่า "บ้านชายทุ่ง" ในภาษาไทย หมายถึง บ้านที่อยู่ปลายนา นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย 3 คำ คือ
"บ้าน" เป็นสถานที่ที่ตั้งใจจะปลูกสร้างไว้พักอาศัยบนพื้นที่แห่งนี้
"ชาย" ครอบครัวแม่พิไลวรรณมีแต่ลูกชาย 3 คน ไม่มีลูกสาวเลย
"ทุ่ง" คือพื้นที่ทุ่งนาเดิมแห่งนี้ ตั้งอยู่ ณ บ้านโนนติ้ว ต.โนนคูณ อ.ยางชุมน้อย จ.ศรีสะเกษ
ฅนสร้างฝัน "สวรรค์บ้านนา"
================
เพจนี้เกิดจากความคิดค
วามตั้งใจอยากจะพัฒนา "ทุ่งนาที่ว่างเปล่า" ที่เป็นมรดกตกทอดจากพ่อแม่ตายายให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่ท้องถิ่นได้
ที่นาแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "ทุ่งกุลาร้องให้" ที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาล ประมาณ 2 ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 13 อำเภอ 5 จังหวัด ขึ้นชื่อเรื่องข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงของไทยและมีรสชาติดีที่สุดในโลก แต่...ก็เป็นพื้นที่แห้งแล้ง ดินเค็ม และน้ำหลากในบางปี
ที่นาผืนนี้เดิมเป็นของยายกอง มีขนาด 24 ไร่กว่าๆ ได้ถูกแบ่งให้ลูก 5 คน คือ ลุงเชียร ป้าเพียร และลุงโพรวมมากกว่า 12 ไร่ น้าอภัย 5 ไร่ และแม่ไล 7 ไร่ ต่อมาที่ดินของน้าและแม่ก็ได้ตกมาอยู่ในมือผมเป็นผู้ครอบครองตามโฉนดหลังจากได้ไถ่ถอนออกมาจากลุงวิเชียรแล้ว แต่ผมไม่ได้ทำนาเอง ได้มอบให้พี่ชายของผมเป็นผู้ทำกินเลี้ยงชีพมาตลอด
ที่นาผืนนี้ (รวม 12ไร่) สามารถทำนาได้เพียงปีละครั้ง โดยพึ่งพาอาศัยสภาพฝนฟ้าอากาศตามธรรมชาติในแต่ละปี และจากสภาวะโลกที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล หน้าฝนก็ไม่ค่อยมีน้ำทำนา นับวันมีแต่แห้งแล้งมากขึ้น ขาดน้ำอย่างหนักในการเพาะปลูก ชาวบ้านแถบนี้จากที่เคยเพาะปลูกข้าวด้วยการ "ดำนา" ก็เปลี่ยนเป็นการทำนาแบบ "หวานข้าว" ซึ่งใช้น้ำน้อยกว่าวิธีการดำนา แตกต่างจากสมัยผมเป็นเด็ก 5-6 ขวบ จำได้ว่าเคยไปช่วยพ่อแม่ดำนา และแอบไปเล่นน้ำในแปลงนาที่เป็นทางเดิน แต่ทุกวันนี้ภาพแบบนั้นกลับหาไม่ได้อีกแล้ว
เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2538 ผมเคยจ้างรถแทร็กเตอร์ไถที่นาปั้นดินเป็นคูขนาดใหญ่เพื่อที่จะปลูกต้นไม้บนคูได้ ทำเป็น “ทำไร่นาสวนผสม” ผมปลูกต้นกล้วย แม่ปลูกต้นไม้ไว้บนคู แต่ทุกอย่างก็ถูกทำลายและตายหมด เพราะขาดน้ำ ขาดคนที่เข้าใจดูแล แม้กระทั่งคูที่ปั้นไว้ก็โดนไถออกหมด ซึ่งสมัยนั้นพ่อ (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว) และพี่ยังไม่ได้มีความเชื่อแบบเดียวกับเรา
และจากผลประกอบการจากธุรกิจเดิมที่ผมทำเกี่ยวกับระบบสถานีโทรทัศน์ให้ช่องต่างๆ ซบเซาลงอย่างมากใน 3-4 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่สื่อออนไลน์มา disrupt สื่อหลักอย่างสถานีวิทยุโทรทัศน์ คนดูทีวีน้อยลงมาก อุตสาหกรรมทีวีก็แย่ลงหลายช่องขาดทุน ประกอบกับต้นปี พ.ศ. 2563 สถานการณ์โรค Covid-19 แพร่ระบาดทั่วโลก รวมทั้งไทยด้วย ประเทศเราประกาศปิดเมืองปิดประเทศก็ยิ่งมาซ้ำเติมธุรกิจให้แย่หนักลงไปอีก พอสถานการณ์โรค Covid-19 ในประเทศเริ่มผ่อนคลายลง ผมจึงได้เดินทางกลับไปเยี่ยมบ้านในช่วง 4-8 ก.ค. 2563 เห็นแม่ปลูกผักไร้สารเคมีไว้หลังบ้านพออยู่พอกินไม่ได้เดือดร้อนอะไรมากนัก ซึ่งแตกต่างจากที่เราใช้ชีวิตอยู่กรุงเทพฯ
จึงเกิดความคิดอยากจะกลับมาพัฒนาและใช้ชีวิตที่บ้านเกิด หลังจากทิ้งพื้นที่ตรงนี้ไปนาน ไปดิ้นรนไขว่คว้าตามฝันในเมืองกรุง 25ปี ชีวิตก็ก้าวหน้าขึ้นนะแต่ก็ยังไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังเท่าที่ควร คิดว่าหลังจากนี้ควรเริ่มจริงจังกับพื้นที่ตรงนี้ให้มากขึ้น ซึ่งมันอาจจะเป็นสถานที่สำหรับวาระสุดท้ายของชีวิตตัวเองก็ได้ เพราะชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอน อายุเราก็นับวันจะมากขึ้น แต่พื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ต้องมีต้นทุนเรื่องที่ดิน ที่เหลือก็อยู่ที่เราจะคิดสร้างสรรค์และลงมือทำ อีกอย่างชีวิตต่างจังหวัดยังไงต้นทุนค่าครองชีพก็ต่ำกว่าในเมืองกรุงแน่นอน ที่ตรงนี้ยังจะเป็นสถานที่สำรองไว้รองรับหากการสร้างเนื้อสร้างตัวที่เมืองกรุงไปไม่รอดด้วย
ดังนั้น เพจนี้จึงอยากจะรวบรวมไอเดียความคิด ความรู้พื้นบ้าน เทคโนโลยีวัตกรรมต่างๆ ที่จะมาช่วยในการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เกิดประโยชน์ และยังเป็นแหล่งความรู้ให้กับผู้ที่มีความคิดความตั้งใจแบบเดียวกันกับผมได้นำเอาองค์ความรู้ไปพัฒนากับพื้นที่ นา-ไร่-สวน ของตัวเองได้ รวมถึงการสื่อสารไปยังแฟนเพจทุกท่านที่ให้ความเมตตากรุณาและสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆ ของเพจแห่งนี้
ผมหวังว่าเพจแห่งนี้จะเป็นประโยชน์แก่ท่านไม่มากก็น้อยนะครับ
ขอบคุณครับ
กระบี่พุทธ
31 ก.ค. 2563