ร้านขายยา กมลฟาร์มาซี - KAMON Pharmacy

ร้านขายยา กมลฟาร์มาซี - KAMON Pharmacy 📍ตรงข้าม เจริญสินธานี ห้วยปราบ (ร้านสีเหลือง)

04/03/2026

ทำไมจมูกถึงชอบตันสลับข้าง?

ใครที่เป็นภูมิแพ้จมูก น่าจะรู้จักความทรมานนี้ดีฮะ
โดยเฉพาะคนที่เป็นสายตัน (Nasal congestion)
ถึงกับต้องนอนอ้าปากเลย

บางวันหนักหน่อย จมูกตันสองข้างเลย
แต่บางช่วงมันกลับตันแค่ข้างเดียว

ที่แปลกคือ ตันไปซักพักนึง
แมร่งเปลี่ยนข้างตันว่ะ5555
เหมือนมันรู้ว่า อ๊ะ ทรมานพอละ เปลี่ยนข้างกัน

แล้วจริงๆ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?


คำตอบคือ ร่างกายมนุษย์มีสิ่งที่เรียกว่า
วงจรจมูก (nasal cycle) ฮะ

ในโพรงจมูกจะมีสิ่งที่เรียกว่า
ปุ่มจมูก (Nasal turbinate)
มันเป็นคล้ายๆ ปุ่มอะไรยื่นออกมาจากด้านข้างอะ
วันไหนที่โพรงจมูกโล่งๆ ลองส่องดูอาจจะเป็นนะ

คือไอ้ปุ่มนี้น่ะ เต็มไปด้วยหลอดเลือด
ลักษณะคล้าย “ฟองน้ำ” ที่พองได้
(คล้ายกับที่อวัยวะเพศชายเลย พูดจริง)

คือถ้าหลอดเลือดของมันขยาย
เนื้อเยื่อจะบวม ช่องจมูกแคบลง

ถ้าหลอดเลือดหด
เนื้อเยื่อจะแฟบ ช่องจมูกกว้างขึ้น

ความมหัศจรรย์คือ
▪️ โพรงจมูกสองข้างจะไม่เปิดเท่ากันตลอดเวลา
▪️ สมองควบคุมผ่านระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic nervous system) โดยข้างไหนโดนระบบ sympathetic เยอะก็จะบวมลดลง
▪️ แต่ละข้างจะสลับกันบวมและยุบ
▪️ รอบหนึ่งใช้เวลาประมาณ 2–6 ชั่วโมง


ทีนี้ลองมาดูกรณีคนที่เป็นภูมิแพ้จมูก

ปกติโพรงจมูกของคนภูมิแพ้ก็พร้อมจะอักเสบอยู่แล้วอะ
เพราะมีเม็ดเลือดขาวมากมาย โดยเฉพาะ Mast cell
ยืนถือเซนเซอร์ชื่อ IgE รอสารก่อภูมิแพ้ละ

พอสารเข้ามา ก็ระดมยิงสารอักเสบมากมาย
ทำให้หลอดเลือดขยาย ผนังหลอดเลือดยอมให้น้ำรั่วมากขึ้น

ดังนั้นในคนภูมิแพ้
ปุ่มจมูกก็บวมอยู่แล้วฮะ

และพอมารวมกับวัฏจักรจมูก
ทำให้จะมีข้างที่บวมเยอะ บวมน้อยสลับกันไป


สรุปสั้นๆ แบบสาย Manifia

วงจรจมูกเป็นกลไกปกติของมนุษย์
ที่ให้โพรงจมูกสลับกันพักและทำงาน

แต่เมื่อมีภูมิแพ้
เนื้อเยื่อจมูกก็พร้อมจะบวมอยู่ตลอด

พอวงจรธรรมชาติมาทับอีกชั้น
จึงเกิดปรากฏการณ์ที่หลายคนรู้จักดี
จมูกตันสลับข้างนั่นเองฮะ 😤

23/01/2026

เมื่อเภสัชคุยกับคนไข้ที่ร้านยาเพื่อจ่ายยาแก้ปวด

เภ: มีโรคประจำตัวอะไรไหมครับ
คข: ไม่มีครับ
เภ: เคยแพ้ยาอะไรไหมครับ
คข: แพ้ sulfa ครับ
เภ: แพ้แบบไหนครับ
คข: อ่อ ผมน่าจะแพ้ตรง five to six membered N1 nitrogen containing ring ครับ เป็น MP rash ธรรมดา 😏
เภ: หืม..ทำไมถึงไม่คิดว่าแพ้ตรง N4 arylamine ล่ะครับ 🧐
คข: ผมใช้ dapsone ได้ครับ ไม่มีปัญหาอะไร แต่แพ้ TMP/SMX
เภ: (คิดในใจ ทำไมได้ใช้ยาสองตัวนี้เนี่ย 🤔)
คข: ใช้รักษาสิวน่ะครับ
เภ: (ทำไมรู้ว่าคิดอะไร) อ้อ แต่จริง ๆ อาจจะแพ้ TMP เฉย ๆ ก็ได้นะ แต่ก็ควรเลี่ยง TMP/SMX แหละครับถ้าไม่เคยกิน TMP เดี่ยว (นิ่งไปชั่วครู่) เดี๋ยวเลือกยาแก้ปวดให้ครับ
คข: ผมกิน celecoxib ได้ครับ ไม่แพ้
เภ: อ้อ แปลว่าน่าจะแพ้เฉพาะ sulfonamide antibiotics ที่มี N1 nitrogen substituted rings สินะครับ ไม่แพ้ sulfonamides อื่น ๆ
คข: น่าจะใช่ครับ แต่ผมว่าผมแพ้คุณมากกว่านะ 😏
เภ: หืมมมมมมม!

21/01/2026

🍼 เด็กท้องเสีย… กินยาคูลท์วันละ 2–3 ขวด ช่วยได้จริงเหรอ?

ช่วงนี้มีคุณพ่อคุณแม่หลายคนถามเข้ามา
ว่าไปเจอคำแนะนำในโซเชียลมาว่า…

"เวลาลูกท้องเสีย โพรไบโอติกส์คือการรักษาหลัก"
"แนะนำให้กินยาคูลท์วันละ 2–3 ขวด จะได้โพรไบโอติกส์เข้าไปช่วยให้หายเร็วขึ้น"

มันจริงไหม? ได้ผลจริงหรือเปล่า?
เดี๋ยวผมสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ใน 5 ข้อครับ 👇👇

====================

🔸 1. เด็กท้องเสีย การรักษาที่สำคัญที่สุดคือ “เกลือแร่ (ORS)”

เวลาลูกท้องเสีย…
สิ่งแรกที่ต้องมีก่อนเลย
คือ “เกลือแร่สำหรับท้องเสีย (ORS)”

ไม่ใช่น้ำเกลือแร่สำหรับคนออกกำลังกายนะครับ
แต่ต้องเป็นเกลือแร่สำหรับท้องเสียโดยเฉพาะ
เพราะส่วนผสมไม่เหมือนกัน ❗

เกลือแร่ไม่ได้แค่ชดเชยน้ำและเกลือแร่ที่ร่างกายสูญเสียไป
แต่ยังมีกลไกช่วยลดปริมาณการถ่ายเหลวได้ด้วย

เพราะงั้น…
แม้แต่เด็กที่ท้องเสียหนักจนต้องนอน รพ. และให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดแล้ว
ก็ยังแนะนำให้ “จิบ ORS บ่อยๆ ร่วมด้วย” อยู่ดีครับ

====================

🔸 2. ท้องเสียส่วนใหญ่ในเด็ก มักเกิดจากการติดเชื้อ

สาเหตุหลักของการท้องเสียในเด็กคือ “เชื้อไวรัส”
ซึ่งมักจะหายได้เองโดยไม่ต้องกินยาฆ่าเชื้อ

เด็กที่ต้องกินยาปฏิชีวนะจริงๆ มีแค่ส่วนน้อยเท่านั้น
(เฉพาะกรณีที่แพทย์สงสัยว่าเป็นการติดเชื้อแบคทีเรียเท่านั้น)

และที่น่าสนใจคือ…ไวรัสบางตัว
อาจทำให้เด็กเกิดภาวะ
ย่อยน้ำตาลแลคโตสไม่ได้ชั่วคราว (Lactose intolerance)
ซึ่งจะทำให้…

• ถ้ากินนมที่มีน้ำตาลแลคโตส → ถ่ายมากขึ้น
• อุจจาระจะเป็นกรดเล็กน้อย → ก้นแดง แสบ 😖

เพราะแบบนี้…
ในเด็กบางคนที่ท้องเสียเยอะ แพทย์จึงอาจแนะนำให้
เปลี่ยนนมเป็นสูตรไม่มีแลคโตสชั่วคราว
จนกว่าอาการท้องเสียจะดีขึ้น

====================

🔸 3. โพรไบโอติกส์ (Probiotic) ไม่ใช่การรักษาหลักแต่เป็น “การรักษาเสริม”

แนวทางการดูแลเด็กท้องเสียในประเทศไทย ปีพ.ศ.2562
เขียนไว้ชัดเจนเลยว่า อาจพิจารณาให้โพรไบโอติกส์"บางสายพันธุ์"
เป็นการ"รักษาเสริม"ร่วมกับ ORS

เน้นย้ำตรงนี้เลยครับว่า…

📌 “รักษาเสริม” ไม่ใช่รักษาหลัก
📌 และต้องเป็น “บางสายพันธุ์” เท่านั้น

💡 โพรไบโอติกส์ที่มีงานวิจัยรองรับชัดเจนว่าช่วยลดระยะเวลาท้องเสียในเด็กได้จริง
มีแค่ 3 ตัวนี้! ได้แก่…

✅ Lactobacillus rhamnosus GG
✅ Saccharomyces boulardii
✅ Lactobacillus reuteri DSM 17938

โดยพบว่าสามารถช่วยลดระยะเวลาท้องเสียได้ประมาณ 1 วัน

❌ ถ้าไม่ใช่ 3 ตัวนี้ → ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าช่วยเรื่องท้องเสียได้
และที่สำคัญ… ต้องดู “ชื่อสายพันธุ์ให้เป๊ะๆ” ด้วยนะครับ

ตัวอย่างเช่น…

• ที่มีหลักฐานว่าช่วย → Lactobacillus rhamnosus GG
• แต่ถ้าเป็น → Lactobacillus rhamnosus R0011
แม้ชื่อจะคล้ายกัน แต่… ไม่ได้ผลเท่ากันนะครับ!

เพราะงั้น…
ไม่ใช่โพรไบโอติกส์ทุกตัวจะช่วยเรื่องท้องเสียได้เสมอไป
เลือกผิด → เสียเงินเปล่า แถมลูกก็ยังไม่ดีขึ้นด้วยครับ

====================

🔸 4. ยาคูลท์ = ไม่มีโพรไบโอติกส์ 3 ตัวนั้นและยังไม่มีหลักฐานว่า “ช่วยลดท้องเสียในเด็ก”

จุลินทรีย์ในยาคูลท์ คือ Lactobacillus casei Shirota
ซึ่งไม่ใช่ 1 ใน 3 สายพันธุ์ที่มีงานวิจัยรองรับ ว่าช่วยลดท้องเสียในเด็กได้

จนถึงปัจจุบัน…
ยังไม่มีงานวิจัยทางการแพทย์ที่ยืนยันว่า
“ยาคูลท์ช่วยลดอาการท้องเสียในเด็ก” ได้จริง

เพราะไม่ใช่โพรไบโอติกส์ทุกตัวจะช่วยเรื่องท้องเสียได้เสมอไป

ยกตัวอย่างงานวิจัยในปี 2018
(ตีพิมพ์ในวารสารระดับโลก New England Journal of Medicine)
ที่ทดลองให้เด็กท้องเสียกินโพรไบโอติกส์ 2 ตัวคือ…

Lactobacillus rhamnosus R0011
และ Lactobacillus helveticus R0052

ผลที่ได้คือ… ❌ ไม่ช่วยลดอาการท้องเสียเลย

ซึ่ง 2 ตัวนี้ชื่อคล้ายกับสายพันธุ์ที่มีข้อมูลว่าช่วย
(อย่าง Lactobacillus rhamnosus GG)
แต่เพียงแค่เปลี่ยนชื่อท้าย → ผลก็แตกต่างกันมากครับ

====================

🔸 5. ยาคูลท์ยังมีน้ำตาลสูง 🍭

แม้ในยาคูลท์จะมีจุลินทรีย์อยู่จริง
แต่ก็มีน้ำตาลในปริมาณค่อนข้างสูงและยังมีน้ำตาลแลคโตสอยู่ด้วย
ซึ่งอาจไม่เหมาะกับเด็กที่กำลังท้องเสีย เพราะ…

• เด็กที่มีภาวะขาดเอนไซม์แลคเตสชั่วคราวจากการท้องเสีย
หรือที่เรียกว่า Secondary lactose intolerance
จะย่อยแลคโตสในนมได้ไม่ดี
→ ทำให้เกิดแก๊สในท้อง ปวดท้อง และถ่ายเหลวมากขึ้นได้

• น้ำตาลในยาคูลท์ ยังเพิ่มสิ่งที่เรียกว่า osmotic load
คือน้ำตาลที่ย่อยไม่หมดจะค้างอยู่ในลำไส้และดึงน้ำเข้ามาในลำไส้
ทำให้ท้องเสียมากขึ้นกว่าเดิม

และนี่คือเหตุผลว่า…
ทำไมบางคนให้ลูกกินยาคูลท์
แล้วกลายเป็นว่าท้องเสียหนักขึ้นกว่าเดิมแทนที่จะดีขึ้น

====================

📌 สรุปชัดๆ

✔ เด็กท้องเสีย → ให้กินเกลือแร่ ORS เป็นหลัก
✔ โพรไบโอติกส์ = เสริมได้ในบางกรณี แต่ต้องเลือกสายพันธุ์ให้ถูก
(✅ Lactobacillus rhamnosus GG, Saccharomyces boulardii, Lactobacillus reuteri DSM 17938)
❌ กินยาคูลท์วันละหลายขวด ไม่ได้ช่วยให้ท้องเสียหายไวขึ้น
❌ แถมอาจทำให้ ท้องเสียมากขึ้น เพราะน้ำตาลและแลคโตสที่มีอยู่ในนั้น

💬 แนะนำว่าก่อนจะให้ลูกกินอะไร โดยเฉพาะตอนป่วย
ปรึกษาหมอหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ โดยเฉพาะในเด็กเล็ก 👶

ในยุคที่ข้อมูลไหลมาเทมาทุกวันในโซเชียล
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่เสพข้อมูล
แต่คือกลั่นกรองข้อมูลให้ถูกต้องนะครับ

ที่อยู่

Boeng

เบอร์โทรศัพท์

+66888921414

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

รับทราบข่าวสารและโปรโมชั่นของ ร้านขายยา กมลฟาร์มาซี - KAMON Pharmacyผ่านทางอีเมล์ของคุณ เราจะเก็บข้อมูลของคุณเป็นความลับ คุณสามารถกดยกเลิกการติดตามได้ตลอดเวลา

แชร์

ประเภท